ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า ในปีนี้ทัพนักกีฬาไทยยังคงมีภารกิจสำคัญในการสู้มหกรรมกีฬาอีก 2 รายการ ได้แก่ พาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 24 ก.ค.-5 ส.ค. และเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับยุวชน ที่เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 20-28 พ.ย.

สำหรับการแข่งขันเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 ไทยจะส่งนักกีฬายุวชนที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์และพัฒนาฝีมือด้วย โดยตอนนี้ กกท. ได้ทำหนังสือไปยังศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เพื่อขอความอนุเคราะห์วัคซีนป้องกันโควิด-19 มาฉีดให้กับนักกีฬายุวชนที่จะเดินทางไปแข่งขันแล้ว 

“วัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งสามารถฉีดให้กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป และน่าจะเข้าเกณฑ์ในกลุ่มที่ 3 สำหรับกลุ่มคนไทยที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้รอทาง ศบค.พิจารณาเห็นชอบและจัดสรรโควตา หากได้รับอนุมัติจะเร่งฉีดให้กับกลุ่มนักกีฬายุวชนและเยาวชนไทยให้เร็วที่สุด” ดร.ก้องศักด กล่าว