สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ว่า การคำนวณข้างต้นจะถูกแจ้งให้ทราบในการประชุมสุดยอดด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้าที่เมืองมอนทรีออล ในแคนาดา โดยประเทศต่าง ๆ จะพยายามเห็นชอบกับข้อตกลงในการคุ้มครองธรรมชาติ และสัตว์ป่าจากการสูญเสียที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความเสื่อมโทรมของสายพันธุ์และภูมิประเทศต่าง ๆ

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นอีพี) ระบุในรายงานว่า ปัจจุบันมีการใช้เงินราว 154,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทุกปี (ประมาณ 5.3 ล้านล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรัฐบาลในหลายประเทศ ในการดำเนินการเพื่อปกป้องและบริการจัดการน้ำ, พื้นดิน, อากาศ และสัตว์ป่าให้ดียิ่งขึ้น หรือที่เรียกว่า “การแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน”

“สิ่งจะต้องเพิ่มขึ้นตามลำดับความสำคัญ หากพวกเราจะจัดการกับวิกฤติ 3 ประการ นั่นคือ การเสื่อมสภาพของดิน, สภาพอากาศ และธรรมชาติ” นายอิโว มุลเดอร์ หัวหน้าฝ่ายการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของยูเอ็นอีพี กล่าว

“ประมาณ 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทั่วโลกนั้น ขึ้นอยู่กับระบบนิเวศที่สมบูรณ์มีการทำงานที่ดี ดังนั้น การเพิ่มเงินทุนควรจะไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป แม้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ท่ามกลางวิกฤติหลายอย่างก็ตาม เช่น สงครามในยูเครน และภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูง” มุลเดอร์ กล่าวเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม รายงานพบว่า รัฐบาลในหลายประเทศกำลังใช้เงินราว 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 17 ล้านล้านบาท) ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 34 ล้านล้านบาท) ไปกับเงินช่วยเหลือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อการประมง, เกษตรกรรม และเชื้อเพลิงฟอสซิล.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES