สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ว่า พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ ให้การต้อนรับนายริชาร์ด มาร์เลส รมว.กลาโหมออสเตรเลีย ที่อาคารเพนตากอน ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันอังคาร เพื่อการหารือประจำปี โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญ เกี่ยวกับการที่กระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ “ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์” ใน “ภูมิภาคซึ่งทุกประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งต้องตัดสินอนาคตด้วยตัวเอง” ที่แน่นอนว่า หมายถึงภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
Defence Minister Richard Marles has been welcomed in Washington by his US counterpart as the pair discussed a shared vision for "regional security" and multiple threats ahead of upcoming AUKUS meetings.https://t.co/KFW99lNOf7
— Sky News Australia (@SkyNewsAust) December 6, 2022
ทั้งนี้ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐและออสเตรเลียกล่าวไปในทางเดียวกันว่า จีน “คือความท้ายทายสำคัญ” ของอินโด-แปซิฟิก จากการที่รัฐบาลปักกิ่งขับเคลื่อนนโยบายทางทหารแบบข่มขู่คุกคาม โดยเฉพาะต่อไต้หวัน ทะเลจีนใต้ และทะเลจีนตะวันออก ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค
ด้วยเหตุนี้ สหรัฐจึงเห็นถึง “ความจำเป็น” ของการเพิ่ม “ภารกิจหมุนเวียนทางทหาร” ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยกำหนดให้ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในฐานปฏิบัติการสำคัญของภูมิภาค และ “เชิญอย่างเป็นทางการไปยังญี่ปุ่น ให้มีส่วนร่วมกับแผนการดังกล่าวด้วย”

ปัจจุบัน ออสเตรเลียซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกติกาความร่วมมือไตรภาคี “ออคัส” กับสหรัฐและสหราชอาณาจักร เป็นสถานที่ฝึกฝนทางยุทธวิธีของกองทัพสหรัฐ โดยรัฐบาลแคนเบอร์ราให้อีกฝ่ายใช้ฐานทัพในดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงของรัฐบาลวอชิงตันกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ ว่า กองทัพสหรัฐมีแผนประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ “บี-52” จำนวน 6 ลำ ในเขตทางเหนือของออสเตรเลียด้วย
อย่างไรก็ดี รัฐบาลแคนเบอร์รามองว่า การที่นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย มีโอกาสพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย เมื่อเดือนที่แล้ว “เป็นก้าวย่างสำคัญ” ของการซ่อมแซมความสัมพันธ์ในทุกมิติ.
เครดิตภาพ : REUTERS



