สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน ทรงลงพระปรมาภิไธยในเอกสาร “ความตกลงการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน” กับจีน ที่พระบรมมหาราชวัง ในกรุงริยาด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นผู้ลงนามในฐานะผู้นำรัฐบาลปักกิ่ง

ขณะเดียวกัน ตัวแทนระดับสูงของทั้งสองประเทศ ลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ในการให้บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ เตรียมเป็นผู้พัฒนาระบบคลาวด์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติการเพื่อการเรียนรู้ทางเทคโนโลยี ตามเมืองใหญ่ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นการลงนามที่ได้รับการวิเคราะห์จากหลายฝ่าย ว่า เสมือนเป็น “การตบหน้า” สหรัฐ ที่เพิ่งยกระดับมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่อหัวเว่ย และพยายามวิ่งเต้นไม่ให้ตะวันออกกลาง ใช้บริการเทคโนโลยีของจีน

ด้านสำนักข่าวแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย (เอสพีเอ) รายงานเพิ่มเติมว่า จีนและซาอุดีอาระเบียลงนามร่วมกันในเอ็มโอยูรวมทั้งสิ้น 34 ฉบับ ครอบคลุมประเด็นเกี่ยวกับพลังงานสีเขียว เทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการระบบคลาวด์ การคมนาคม การก่อสร้าง และอีกมากมาย โดยข้อตกลงทั้งหมดมีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.04 ล้านล้านบาท)
HRH the Crown Prince and H.E. #China’s President are witnessing the exchange ceremony of a number of bilateral agreements and MoUs between both countries, and H.E. receives an honorary doctorate in management and leadership from King Saud University.
— Foreign Ministry ???????? (@KSAmofaEN) December 8, 2022
pic.twitter.com/z9Pa9vdAQl
The Custodian of the Two Holy Mosques @KingSalman receives H.E. the President of the People's Republic of #China, in the presence of HRH the Crown Prince. ???????????????? pic.twitter.com/4co6rqVk7I
— Foreign Ministry ???????? (@KSAmofaEN) December 8, 2022
นอกจากนั้น สีมีกำหนดร่วมเป็นประธานในการประชุมสุดยอดครั้งแรก ระหว่างจีนกับคณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ (จีซีซี) ซึ่งสมาชิกได้แก่ บาห์เรน คูเวต กาตาร์ โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และซาอุดีอาระเบีย

บรรยากาศดังกล่าวเป็นที่จับตาและได้รับการวิเคราะห์จากหลายฝ่ายว่า “แตกต่างอย่างสิ้นเชิง” เมื่อเทียบกับการเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลวอชิงตันวิจารณ์การเยือนกรุงริยาดของผู้นำจีน “เป็นความพยายามขยายอิทธิพล” ของรัฐบาลปักกิ่ง และแสดงความเชื่อมั่นว่า ภารกิจของสี “จะไม่ส่งผลกระทบในทางใดต่อการดำเนินนโยบาย” ของสหรัฐในตะวันออกกลาง
‘Epoch-making milestone’ – Chinese President Xi Jinping received a lavish welcome upon his arrival to Saudi Arabia. pic.twitter.com/DkgBoHtUl2
— South China Morning Post (@SCMPNews) December 8, 2022
#China ready to work with #SaudiArabia to further develop comprehensive strategic partnership: Xi https://t.co/1MFNltR53F pic.twitter.com/W37jJ6lUFM
— CCTV+ (@CCTV_Plus) December 8, 2022
ขณะที่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของซาอุดีอาระเบีย พร้อมใจกันเผยแพร่บทความพิเศษของผู้นำจีน มีเนื้อหาสำคัญเป็นการแสดงความมุ่งมั่นว่า “การเยือนครั้งบุกเบิก” หรือครั้งประวัติศาสตร์ จะนำไปสู่ “การเปิดประตูบานใหม่ให้กับความสัมพันธ์” ระหว่างจีนกับโลกอาหรับ ซึ่งมีแต่จะสนับสนุนกันและกัน เพื่อการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน โดยปราศจากการแทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย.
เครดิตภาพ : REUTERS



