ทุก ๆ 4 ปีโดยประมาณ วงการคริปโทเคอร์เรนซีจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น นั่นคือ Bitcoin Halving ทำไมเหตุการณ์นี้จึงสำคัญ ทำไมจึงเกิดขึ้นทุก 4 ปี และจะส่งผลอย่างไรกับมูลค่าของ Bitcoin บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังเอง
การทำงานของ Bitcoin
ก่อนจะไปรู้จัก Bitcoin Halving เรามาทบทวนพื้นฐานของ Bitcoin กันสักเล็กน้อย
Bitcoin คือสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์สกุลแรกของโลกที่มีเทคโนโลยีเบื้องหลังเรียกว่า Blockchain
Blockchain คือฐานข้อมูล (Database) รูปแบบหนึ่ง แต่แทนที่จะเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว Blockchain จะเก็บข้อมูลไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้นับล้านเครื่องทั่วโลก และทุกเครื่องจะเก็บข้อมูลชุดเดียวกันและมีการตรวจสอบข้อมูลตรงกันเสมอ นั่นจึงทำให้การแก้ไขข้อมูลย้อนหลังบนบล็อกเชนจึงแทบเป็นไปไม่ได้
ในกรณีที่ต้องการบันทึกข้อมูลชุดใหม่ลงไป บล็อกเชนจะมีระบบที่ทำให้ทั้งเครือข่ายเห็นตรงกันว่า ข้อมูลที่จะบันทึกลงไปนั้นถูกต้อง ระบบนั้นเรียกว่า Consensus Algorithm หรือระบบฉันทามติ
ระบบฉันทามติของ Bitcoin มีหลักการทำงานที่เรียกว่า Proof-of-Work ซึ่งก็คือการที่ผู้ที่จะมีสิทธิเซ็นรับรองข้อมูลชุดใหม่ที่จะถูกเพิ่มลงไปในบล็อกเชนต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านการลงมือทำ (Work) ซึ่งในกรณีของ Bitcoin จะพิสูจน์ผ่านการให้ผู้ใช้ในเครือข่ายแข่งกันใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลเพื่อแก้ไขสมการทางคณิตศาสตร์ แลกกับสิทธิในการรับรองธุรกรรม การแก้ไขสมการนี้เรียกว่า “การขุด” นั่นเอง
เมื่อผู้ใช้สามารถแก้ไขสมการได้สำเร็จเป็นคนแรก ผู้ใช้คนนั้นจะสามารถเซ็นรับรองข้อมูลและเพิ่มข้อมูลชุดนั้นลงไปในบล็อกเชน จากนั้นผู้ใช้คนอื่นก็จะเข้ามาช่วยเซ็นรับรองธุรกรรมนั้นอีกที ส่วนผู้ที่สามารถแก้ไขสมการได้เป็นคนแรกและสร้างบล็อกใหม่ จะได้รับ Bitcoin จำนวนหนึ่งเป็นรางวัลตอบแทน
Bitcoin Halving คืออะไร?
ในช่วง 4 ปีแรกหลังจาก Bitcoin เกิดขึ้นมา หรือปี 2009-2012 จำนวน Bitcoin ที่จะได้รับเมื่อแก้สมการสำเร็จอยู่ที่ 50 เหรียญต่อบล็อก
แต่ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin ได้ฝังชุดคำสั่งที่กำหนดให้รางวัลจากขุดจะลดลง “ครึ่งหนึ่ง” ทุก ๆ 210,000 บล็อก ซึ่งบล็อกจะถูกสร้างขึ้นโดยเฉลี่ยทุก 10 นาทีต่อ 1 บล็อก ดังนั้น 210,000 บล็อก จะใช้เวลาประมาณ 4 ปี การที่รางวัลจากการขุดจะลดลงทุก ๆ 4 ปี ถูกเรียกกันว่าปรากฏการณ์ Bitcoin Halving
ปัจจุบันเกิด Bitcoin Halving มาแล้ว 3 ครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2022) ครั้งแรกคือในปี 2012 รางวัลลดลงจาก 50 เหรียญ เป็น 25 เหรียญ ครั้งที่สองในปี 2016 ลดลงจาก 25 เป็น 12.5 และครั้งที่สามเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ปี 2020 ลดลงจาก 12.5 เป็น 6.25

ส่วนวันที่คาดว่าจะเกิด Halving ครั้งต่อไป คือประมาณเดือนมีนาคม ปี 2024 ซึ่งรางวัลจะลดลงจาก 6.25 เหรียญ เป็น 3.125 เหรียญ
นอกจากนี้ Bitcoin ยังถูกสร้างขึ้นมาให้มีจำนวนสูงสุดได้ที่ 21 ล้านเหรียญ โดย ณ เวลาที่เขียนนี้ มี Bitcoin ออกมาแล้วประมาณ 19 ล้านเหรียญ (อ้างอิงจากเว็บไซต์ Coinmarketcap ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2022) ขณะที่ Bitcoin ทั้ง 21 ล้านเหรียญ คาดว่าจะถูกขุดออกมาครบภายในปี 2140 หรืออีก 120 ปีข้างหน้า
Bitcoin Halving ส่งผลกับมูลค่าอย่างไร
การที่รางวัลจากการขุด Bitcoin ลดลงทุก ๆ 4 ปี หมายความว่าจะมี Bitcoin เหรียญใหม่เข้าสู่ตลาดน้อยลง หรืออุปทาน (Supply) ของ Bitcoin น้อยลงนั่นเอง
ถ้าจะปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายที่สุดให้ลองนึกถึงการขุดทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นแร่ธาตุที่มีค่าและมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ยิ่งขุดทองคำขึ้นมากมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเจอทองคำก้อนใหม่ก็จะน้อยลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดทองคำก็จะถูกขุดจนหมด แม้จะยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ตาม ในทางกลับกัน ความต้องการทองคำกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ สวนทางกับจำนวนทองคำที่มีไม่พอกับความต้องการ ส่งผลให้ทองคำมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไปนั่นเอง
ในกรณีของ Bitcoin ก็เช่นกัน ท่ามกลางสภาวะที่อุปทานของ Bitcoin ลดน้อยลง ขณะที่อุปสงค์กลับเพิ่มขึ้นตามทฤษฎีแล้ว ราคาของ Bitcoin จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกครั้งที่เกิด Bitcoin Halving โดยสามารถย้อนดูการเคลื่อนไหวของราคาแต่ละครั้งที่เกิด Halving ได้ดังนี้
ครั้งที่ 1: ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2012 ราคา Bitcoin อยู่ที่ประมาณ 11 ดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นเป็น 1,100 ดอลลาร์ในช่วงครึ่งหลังของปี
ครั้งที่ 2: ในปี 2016 ราคา Bitcoin ผันผวนระหว่าง 500-1,000 ดอลลาร์เป็นเวลาสองสามเดือน แต่พุ่งขึ้นเป็น 20,000 ดอลลาร์ ภายในเดือนธันวาคม 2017 หลังจากเกิด Halving
ครั้งที่ 3: Bitcoin Halving ครั้งที่สามเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2020 โดยช่วงแรกของปี Bitcoin ถูกซื้อขายที่ประมาณ 9,000 ดอลลาร์ แต่ในเดือนธันวาคม 2020 ราคา Bitcoin ขึ้นไปทำระดับสูงสุดเหนือกว่า 20,000 ดอลลาร์
จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่เกิด Bitcoin Halving ราคาจะผันผวนหรือทรงตัวในช่วงแรก ๆ ก่อน และจะเริ่มปรับตัวขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการคาดการณ์โดยวิเคราะห์จากข้อมูลในอดีตเท่านั้น ไม่สามารถรับรองได้ว่าราคา Bitcoin หลังจาก Halving ครั้งที่ 4 จะปรับสูงขึ้นเหมือนทุกครั้ง จึงต้องจับตาดูกันต่อไป
อ้างอิง Investopedia, Corporate Finance Institute, Coinmarketcap
———-
*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
**สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
***ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต



