สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ว่า นายซู เจิ้ง-ชาง นายกรัฐมนตรีไต้หวัน กล่าวว่า รัฐบาลไทเปกำลังพิจารณา การร้องเรียนครั้งใหม่ต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เกี่ยวกับการที่จีนยังคงใช้มาตรการทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรมต่อไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้ รัฐบาลไทเปจะพยายามประสานงานกับอีกฝ่าย เพื่อหารือและหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ
ทั้งนี้ สำนักงานกิจการไต้หวันในกรุงปักกิ่งประกาศ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มรายชื่อสินค้าและผลิตภัณฑ์ของไต้หวันในบัญชีระงับการนำเข้า โดยคราวนี้มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายยี่ห้อ และอาหารทะเลอีกหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ ปลาหมึก ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องอาจต้องแบกรับความสูญเสียรวมกันเป็นมูลค่าสูงถึง 3,680 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 106.30 ล้านบาท)
โดยเนื้อหาในแถลงการณ์ของจีนระบุด้วยว่า ไต้หวัน “สร้างปัญหาอย่างไร้เหตุผล” และรัฐบาลปักกิ่งจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายความปลอดภัยด้านอาหาร เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในแผ่นดินใหญ่
Taiwanese seafood exporters could shoulder annual losses of NT$3.68 billion if China continues to reject shipments of squid that fail to comply with new customs regulations, the Council of Agriculture (COA) said Friday.https://t.co/xIF1nS3Q2M
— Focus Taiwan (CNA English News) (@Focus_Taiwan) December 10, 2022
อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของไต้หวันรายงานว่า เครื่องดื่มแอลกฮอล์ซึ่งต้องเข้าสู่บัญชีดำของจีนในรอบนี้ เป็นผลจากการที่ผู้ประกอบการ ยังคงระบุสถานที่ผลิตบนบรรจุภัณฑ์ว่า “สาธารณรัฐจีน” ไม่ใช่ “ไต้หวัน, จีน” และบริษัทบางแห่งได้รับความสนับสนุนจากรัฐบาลไทเป
อนึ่ง รัฐบาลปักกิ่งระงับนำเข้าสินค้าเกษตรจากไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2564 แม้เป็นประเทศผู้รับซื้อรายใหญ่ที่สุด เริ่มจากระงับการนำเข้าสับปะรดจากไต้หวัน “ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพ” โดยยืนยันว่า “ไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง” ตามด้วยชมพู่และน้อยหน่า
ด้านรัฐบาลไทเป ยืนยันความปลอดภัยและความสะอาดของผลไม้ทุกชนิดที่มีการส่งออก และจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรซึ่งได้รับผลกระทบ ด้วยมาตรการที่รวมถึง การรับซื้อผลผลิตเป็นจำนวนมาก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



