สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีดีนา โบลูอาร์เต ผู้นำเปรู ยื่นหนังสือต่อสภาคองเกรส หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เสนอกำหนดการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ภายในเดือน เม.ย. 2567 ซึ่งจะเป็นการลงคะแนนก่อนกำหนด เนื่องจากกำหนดการเดิม คือปี 2569


ขณะที่อาร์เจนตินา โบลิเวีย เม็กซิโก โคลอมเบีย ซึ่งเป็นรัฐบาลฝ่ายซ้าย ออกแถลงการณ์ร่วมกัน แสดงความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเปรู และเรียกร้องรัฐบาลของโบลูอาร์เต ให้การปกป้องและรับรองสิทธิมนุษยชน ตลอดจนความปลอดภัยของนายเปโดร กัสติโย อดีตประธานาธิบดี ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของพนักงานสอบสวน ที่ตั้งข้อหาในเบื้องต้นต่ออดีตผู้นำ “เป็นกบฏ” และ “สมคบคิด” เพื่อทำลายรัฐธรรมนูญของเปรู


อย่างไรก็ตาม กัสติโยยืนกราน “ไม่ลาออก” จากตำแหน่งประธานาธิบดี อนึ่ง กัสติโย วัย 53 ปี ซึ่งเป็นอดีตครู ชนะการเลือกตั้ง และรับตำแหน่งผู้นำเปรู เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ด้วยการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ประกาศก่อนถูกถอดถอน เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา ว่าเตรียมยุบสภา และมีแผนจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนฉบับปัจจุบัน ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2536 ในยุคของประธานาธิบดีอัลแบร์โต ฟูจิโมริ


ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไม่มีความชัดเจนว่า การประกาศแผนการจัดเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดโดยโบลูอาร์เต ซึ่งเป็นผู้นำหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของเปรู แต่เป็นประธานาธิบดีคนที่ 6 ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี จะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ประท้วง ซึ่งทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ราย และมีแนวโน้มส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของประเทศ ที่เป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับสองของโลก จากการที่สหภาพแรงงานและเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนไม่น้อย พร้อมใจผละงานประท้วง.

เครดิตภาพ : REUTERS