จากกรณี พล.ร.ต.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการนาวิกโยธินและผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันจันทบุรีและตราด ได้ออกคำสั่ง โยกย้าย น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผบ.หน่วยเฉพาะนาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) ไปดำรงตำแหน่ง หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก “Wanwichit Boonprong” โดยชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยเผยว่าการโยกย้ายดังกล่าวเป็นไปตามวงรอบปกติของกองทัพ ซึ่งมีขึ้นปีละ 2 ครั้ง เพื่อรองรับและจัดทัพให้นายทหารได้หมุนเวียนไปตำแหน่งสำคัญต่างๆ
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “เห็นดราม่าถล่มกองทัพเรืออย่างหนักขออนุญาตชี้แจง ทุกท่านที่ห่วงใยผู้การธรรมนูญ กลัวจะเพลี่ยงพล้ำฝ่ายเขมร ขออย่าได้ปริวิตกจนเกินไปนะครับ และกองทัพเรือจะทำอะไรย่อมมีแบบแผนยุทธวิธีเฉพาะของตัวเอง ผมขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ชี้แจงเป็นข้อๆ ครับ โดยการโยกย้ายของกองทัพเรือ เป็นลักษณะวงรอบประจำปีอยู่แล้วครับ ปีละ 2 ครั้ง เพื่อรองรับและจัดทัพให้นายทหารได้หมุนเวียนไปตำแหน่งสำคัญต่างๆ ตำแหน่งที่ผู้การธรรมนูญ ย้ายไปนั้น ไปแทนตำแหน่งรุ่นพี่ ซึ่งย้ายไปรับตำแหน่ง “รองนายพล” (ตำแหน่งถัดไปก็ขึ้นนายพล) ซึ่งมีปรับย้ายครั้งนี้หลายตำแหน่งครับ ไม่ได้เจาะจงตำแหน่งของผู้การธรรมนูญ ผมจะขออธิบายว่า ตำแหน่ง ผบ.ฉก.นย.ตราด จะใช้นายทหารประจำ นายทหารระดับนาวาเอกพิเศษ ที่ประจำสำนักงานผู้บังคับบัญชา ของ กองบัญชาการนาวิกโยธิน มาดำรงตำแหน่ง ผบ. “ภาคสนาม” ไม่ใช่ตำแหน่งหลัก ในที่ตั้งปกติ ซึ่งจะแตกต่างจากกองทัพบก อย่างกองทัพบก จะทำหน้าที่หมวก 2 ใบ ตัวอย่างเช่น ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ (คือตำแหน่งภาคสนาม) แต่ตำแหน่งที่ตั้งในยามปกติ ก็คือ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 อย่างนี้เป็นต้น”

“เพราะกองทัพเรือ ไม่ต้องการให้มีผลกระทบต่อการตัดสินใจ หาก “ผู้บังคับการ” จะมีหมวก 2 ใบ 2 หน้าที่ อาจจะทำหน้าที่ด้านใดด้านหนึ่งไม่สมบูรณ์ หรือละที่ตั้งหน่วยปกติของตน เพราะกองทัพเรือ กำลังพลน้อยกว่า กองทัพบกมาก โดยตำแหน่งผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ ของนาวิกโยธิน จึงมาจากตำแหน่งนายทหารประจำระดับ นาวาเอก (พิเศษ) ที่ต้องผลัดสลับหมุนเวียนการทำหน้าที่อยู่แล้ว คือ ใช้สอยกำลังพล ที่ยังไม่มีตำแหน่งหลักลงไปสร้างผลงานภาคสนามให้เข้าตาผู้บังคับบัญชาเสียก่อน อีกทั้ง การที่สื่อมวลชนรายงานข่าวว่า เป็นการย้ายแบบเจ้าตัวไม่รู้ตัวนั้น ถือเป็นเรื่อง “ปกติวิสัย” ของธรรมเนียมการแต่งตั้งโยกย้ายทหารอยู่แล้ว โดยทั่วไปเขาไม่บอกกันหรอกครับ ว่าเจ้าตัว หรือบุคคลที่ถูกคาดการณ์ว่าจะถูกปรับย้ายไปตำแหน่งไหน การย้ายกำลังพลในหน่วยเป็นดุลพินิจของหัวหน้างานนั้นๆ เป็นการปรับให้เหมาะสม อย่างเต็มที่อาจจะมีพี่ๆ มาแหย่ว่า “เดี๋ยวมีข่าวดี” ถือว่าเป็นที่รู้กันว่าจะมีการโยกย้าย อาจจะสูงขึ้น หรือในระนาบเท่าเดิม หลายๆคนกำลังเก็บของเตรียมย้าย แต่คำสั่งออกมาไม่มีชื่อ ก็ต้องอยู่ที่เดิม อย่างนี้เป็นเรื่องปกติของวิถีรับราชการทหาร ครับ”
นอกจากนี้ “นายทหารที่มาดำรงตำแหน่งหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ท่านใหม่ เป็นนายทหารรุ่นพี่ของ ผู้การธรรมนูญ คือ น.อ.ปรัชญา โพธิ์ย้อย เตรียมทหาร 32 ส่วนผู้การธรรมนูญ เป็นเตรียมทหาร 34 เอาเข้าจริง ตำแหน่งที่ผู้การธรรมนูญจะไปนั่งก็คือ ผบ.หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ ถือว่ามีความสำคัญมาก และเขมร ปรับย้ายนายทหาร โดยเฉพาะนายพลจัตวาคนใหม่ ไม่ใช่ทหารในพื้นที่ แต่เคยทำงานประสานงานกับ ผู้การคนใหม่ อย่าง น.อ.ปรัชญา มาก่อนหน้านี้แล้ว สมัยที่ ผู้การปรัชญา เป็นหัวหน้า หน่วยประสานงานชายแดนไทย/กพช. กองกำลังป้องกันชายแดน เลยรู้จักนายทหารกัมพูชาคนนี้ คือกองทัพเรือ เขาคิดแผนขั้นตอนละเอียด เพื่อ “รู้เขา” ว่าคนใหม่มามีวิธีคิดอย่างไร”
โดยผู้การปรัชญา ผบ.ฉก.นย.ตราด คนใหม่ เคยผบ.ฉก.นย. เคยมีประสบการณ์ราชการสนาม ดังนี้
1.เสธ.ฉก.นย.ตราด
2.รอง ผบ.ฉก.นย.ตราด
3.ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี
“อาจจะถือว่า ท่านเสียสละด้วยซ้ำที่ความจริงอาจต้องสไลด์ขึ้นตำแหน่งระดับ รองนายพลได้ เพราะต้องเอาคนมีประสบการณ์มารับมือการปรับทัพใหม่ของฝั่งเขมร เพราะทางโน้นเขาก็วางกำลังนายทหารชายแดนทางบ้านทมอดา เกือบยกแผง ดังนั้นประสบการณ์ในพื้นที่ครบเครื่องแบบนี้ จะไม่ใช้งานได้อย่างไรครับ รอดูผลงานผู้การปรัชญาดีกว่าครับ และตำแหน่งใหม่ของ ผู้การธรรมนูญ ถือว่าผู้บังคับบัญชาให้ความไว้วางใจ ให้ไปทำงานสำคัญมาก เพราะการเก็บทุ่นระเบิด หากปฏิบัติการต่อเนื่อง และมีตัวเลขจำนวนทุ่นที่เก็บได้เป็นหลักฐาน จะถูกใช้เป็นข้อมูลประกอบที่ไทยจะใช้เก็บรวบรวม เวลาท่านรองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ สีหศักดิ์ ใช้ไปตบหน้าเขมรที่ประชุมภาคีอนุสัญญาออตตาวา ว่าไทยทำอย่างจริงจัง เรายิ่งมีความชอบธรรมดูดีในสายตาโลกมากขี้น งานปิดทองหลังพระนี้สำคัญมากนะครับ”
อย่างไรก็ตาม “ขอให้เชื่อมั่นในกองทัพเรือครับ ผมเชื่อว่าบางเรื่องเขาไม่อยู่ในวิสัยที่ออกมาชี้แจงอะไรได้ เพราะฝั่งโน้นติดตามความเคลื่อนไหวเราตลอดเวลา รู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่ทุกคนห่วงใยใส่ใจคนทำงาน ผมเชื่อว่าพี่ธรรมนูญได้เติบโตไปไกลกว่านี้แน่เพราะการทำงานทั้งบู๊ และบุ๋น จะกลายเป็นคุณสมบัติที่ได้เปรียบ ว่าท่าน “ครบเครื่อง” แล้ว ขอบคุณผู้การธรรมนูญ ที่ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ครับ อีกทั้ง นายพลจัตวา ของฝั่งเขมร ไม่ได้ใหญ่มาจากไหนหรอกครับ ก็เทียบเท่าระดับ พันเอก (พิเศษ), นาวาเอก (พิเศษ) บ้านเรานี่แหละครับ อย่าไปให้ค่าเขมรมากครับ”
ขอบคุณข้อมูล : Wanwichit Boonprong



