ผู้สื่อข่าวรายางนว่า วันที่ 13 ธ.ค. 2565 กระทรวงพลังงานสหรัฐเตรียมแถลงถึงความสำเร็จครั้งแรกและครั้งสำคัญของโครงการค้นคว้าด้านพลังงานโดยอาศัยปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น โดยทีมวิจัยสามารถสร้างปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นซึ่งสามารถนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าออกมาได้ในปริมาณที่มากกว่าพลังงานที่ใช้ในการสร้างปฏิกิริยา 

การทดลองครั้งนี้เกิดขึ้นที่ห้องทดลองแห่งชาติลอว์เรนซ์ ไลฟ์มอร์ในแคลิฟอร์เนีย กินเวลาทั้งสิ้น 2 สัปดาห์ สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าได้ถึง 2.5 เมกะจูล คิดเป็นอัตราส่วน 120% ของปริมาณพลังงาน 2.1 เมกะจูลที่ใช้ในการผลักดันให้เกิดปฏิกิริยาเพื่อสร้างกระแสไฟ เท่ากับได้พลังงานออกมามากกว่าพลังที่ใช้ไปในกระบวนการสร้าง

ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้ว ถือว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่า การใช้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้านั้นเกิดขึ้นได้จริง แม้ความเป็นไปได้นี้จะเป็นที่ยอมรับกันมานานแล้วในเชิงทฤษฎี

ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันเกิดขึ้นจากการบีบให้อะตอม 2 หน่วยของธาตุมวลเบา (ส่วนใหญ่คือธาตุไฮโดรเจน) หลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อทำให้เกิดธาตุที่หนักขึ้น เช่น ฮีเลียม ซึ่งการระเบิดระหว่างกระบวนการนี้จะปลดปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาล อันเป็นลักษณะที่ตรงกันข้ามกับปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อย่างในปัจจุบัน

ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันเกิดขึ้นตามธรรมชาติในใจกลางของดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์อื่น ๆ ซึ่งกลายเป็นแหล่งพลังงานของดวงดาวเหล่านี้

นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 เป็นต้นมา ทีมนักวิทยาศาสตร์ต่างก็พยายามจะลอกเลียนการสร้างปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันขึ้นบนโลกโดยหวังจะให้เป็นแหล่งพลังงานที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าทั้งสะอาด ดีต่อสิ่งแวดล้อมและมีราคาประหยัด เนื่องจากสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปริมาณมหาศาล

ตามข้อมูลของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันสามารถผลิตพลังงานได้มากกว่าไฟฟ้าที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันถึง 4 เท่า และมากกว่าไฟฟ้าที่ได้จากการผลิตด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงและถ่านหินถึง 4 ล้านเท่า นอกจากนี้ ยังไม่มีของเสียจากกระบวนการผลิตเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือกากปรมาณู 

ปัญหาในตอนนี้ก็คือการใช้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันผลิตกระแสไฟฟ้ายังเป็นไปได้ยากในเชิงพาณิชย์ จึงยังไม่สามารถใช้เป็นทางออกของปัญหาวิกฤตพลังงานในวงกว้างได้

การประกาศความสำเร็จในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในการมุ่งหน้าสู่พลังงานไฟฟ้าจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ในการทดลองครั้งนี้ กระทรวงพลังงานสหรัฐใช้ทริเทียมหรือไอโซโทปชนิดหนึ่งของอะตอมไฮโดรเจนซึ่งหาได้ยากมากในการทดลอง เท่ากับว่าการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สามารถนำปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้นั้น ยังจะต้องผ่านการค้นคว้าวิจัยต่อไปอีกหลายปี 

แหล่งข่าว : businessinsider.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES