เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านน้ำเกิก หมู่ 8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เขตแนวชายแดนฝั่งตรงข้ามหมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น ประเทศเมียนมา พบคุณลุงอาวุโสประจำหมู่บ้าน ได้นำธนบัตรของประเทศอินเดีย เป็นสกุลเงินรูปี ที่มีการนำมาใช้ช่วงทางรถไฟสายมรณะสงครามโลกครั้งที่ 2 ออกโดยรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น โดยให้ใช้ได้เฉพาะประเทศเมียนมาเท่านั้น เพื่อจ่ายเป็นค่าแรง ภายหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เงินรูปีดังกล่าวได้ยกเลิกการใช้ไป แต่ลุงอาวุโสได้นำเงินดังกล่าวมาเก็บไว้ เวลาใครมาเที่ยวบ้านก็ให้กลับไปเป็นที่ระลึก หรือให้กับผู้ที่มาศึกษาประวัติศาสตร์

สำหรับ ธนบัตรจำลอง (Invasion Money) ที่ออกโดยรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อใช้ในประเทศเมียนมา (พม่า) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีชื่อเรียกทั่วไปว่า แบงก์พม่าที่พิมพ์โดยญี่ปุ่น (Japanese-Issued Invasion Money) สกุลเงิน รูปี (Rupees) เนื่องจากในช่วงนั้นพม่ายังใช้ระบบเงินตราเดิมที่อิงกับอินเดียอยู่ปีที่ผลิต/นำออกใช้ ประมาณปี พ.ศ. 2485-2488 (ค.ศ. 1942-1945)

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์สัญลักษณ์ของการยึดครอง เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการขยายอำนาจของกองทัพญี่ปุ่น เข้ามาในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา

เศรษฐกิจในช่วงสงคราม ญี่ปุ่นพิมพ์ธนบัตรเหล่านี้ออกมาจำนวนมากเพื่อใช้จ่ายในดินแดนที่ยึดครองได้โดยไม่มีทองคำสำรองหนุนหลัง ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรงในสมัยนั้น งานดีไซน์ สังเกตได้ว่าบนธนบัตรจะมีภาพของ พระมหามัยมุนี หรือ เจดีย์ทรงพม่า พร้อมตัวอักษรภาษาอังกฤษคำว่า “THE JAPANESE GOVERNMENT” และอักษรคันจิที่ด้านล่าง เพื่อระบุผู้ออกธนบัตร

มูลค่าในปัจจุบันในเชิงการสะสม ธนบัตรเหล่านี้มักถูกเรียกว่า “เงินกระดาษพม่า” หรือ “แบงก์ญี่ปุ่น” ซึ่งยังพอหาได้ตามแหล่งสะสมของเก่า มูลค่าส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับสภาพความสมบูรณ์และรหัสตัวอักษร (เช่น “BA” ที่ปรากฏในภาพ) โดยมีความสำคัญสูงมากในแง่ของการเป็น “จดหมายเหตุ” ที่บอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายและเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่แถบนี้

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังพบฝาถังน้ำมันที่บริเวณตัว Y 1 ฝา ทางรถไฟสายมรณะสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานีบ้านนิเถะ วัตถุที่ปรากฏในภาพคือ ฝาปิดถังน้ำมัน (Drum Cap) หรือฝาปิดภาชนะบรรจุภัณฑ์ของบริษัท Rheem ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตถังเหล็กและภาชนะบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ที่มีประวัติเก่าแก่

สัญลักษณ์ “Rheem” ตัวอักษรที่เห็นตรงกลางคือโลโก้ของแบรนด์ Rheem ซึ่งก่อตั้งในสหรัฐอเมริกา และมีการขยายฐานการผลิตไปยังหลายประเทศรวมถึงออสเตรเลียในช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ความเชื่อมโยงกับทางรถไฟสายมรณะ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกและแรงงานจำนวนมาก เพื่อสร้างทางรถไฟสายนี้ วัสดุอุปกรณ์และเชื้อเพลิงต่างๆ มักถูกบรรจุมาในถังเหล็กขนาดใหญ่ (ถัง 200 ลิตร) ซึ่งบริษัท Rheem ในออสเตรเลียเป็นผู้ผลิตถังเหล็กรายใหญ่ที่ส่งให้กองทัพในช่วงเวลานั้น ฝาปิดลักษณะนี้จึงมักพบกระจายอยู่ตามพื้นที่ที่เป็นอดีตค่ายกักกัน ค่ายพักแรม หรือจุดที่มีการขนส่งลำเลียงเสบียงและเชื้อเพลิงริมทางรถไฟ

ทั้งนี้ ลักษณะการใช้งาน วัตถุชิ้นนี้ทำหน้าที่เป็นฝาเกลียวชั้นนอก (Bung) สำหรับปิดช่องรูเทของถังน้ำมันเหล็ก เพื่อป้องกันการรั่วซึมและการระเหยของเชื้อเพลิงหรือน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้ในเครื่องจักรหรือยานพาหนะระหว่างการก่อสร้างทางรถไฟ การพบวัตถุชิ้นนี้ในเขตอำเภอสังขละบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางประวัติศาสตร์ ถือเป็นหลักฐานทางโบราณคดีเชิงประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการส่งกำลังบำรุง อุตสาหกรรมในยุคสงครามได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สังขละบุรี พ.ต.ท.ประดิษฐ์ แร่เพชร สวป.สภ.สังขละบุรี ได้ลงพื้นที่ติดป้ายเหตุด่วนเหตุร้ายแจ้ง 191 ตามนโยบายให้มีการเพิ่มจุดตรวจท่องเที่ยว 007 ในระบบ police 4.0 เพื่อให้ตำรวจสายตรวจและสายสืบได้มาตรวจตราตามวงรอบ พร้อมได้เดินสำรวจศึกษาประวัติศาสตร์ สถานีรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านนิเถะ พบทางเข้าสถานีซ่อมบำรุงรถไฟ ร่องรอยปูนสองข้างทางอย่างสมบูรณ์ ใกล้เคียงพบหลุมระเบิดขนาดใหญ่หลายหลุม และขอนไม้สำหรับทำรางรถไฟในสมัยนั้น หลังจากนี้จะนำรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป.

ขอบคุณข้อมูลจาก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ /ฟาร์มอ้นสังขละบุรี /กาแฟโพย่าสังขละบุรี