“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบแผนการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในระยะยาว มุ่งขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม เชื่อมโยงการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Mobility) และบูรณาการกับระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่น (Feeder) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง แก้ปัญหาจราจร และรองรับการเติบโตของเมือง โดยหลังจากนี้จะเสนอแผนพัฒนาฯ ต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาต่อไป

สำหรับแผนดังกล่าว ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่ม A1 : เส้นทางที่มีความจำเป็น/มีความพร้อม (ดำเนินการทันที) 2 เส้นทาง ระยะทางรวม 29.34 กิโลเมตร(กม.) 11 สถานี วงเงินลงทุนรวม 21,649.21 ล้านบาท ได้แก่ 1.รถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. มี 4 สถานี วงเงิน 6,473 ล้านบาท และ 2.รถไฟฟ้าสายสีแดง ศาลายา-ตลิ่งชัน-ศิริราช ระยะทาง 20.5 กม. มี 7 สถานี วงเงิน 15,176.21 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 โครงการลงนามสัญญากับผู้รับจ้างแล้ว โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เตรียมออกหนังสือแจ้งให้เอกชนเริ่มงาน (NTP) วันที่ 23 ก.ค.2569
2.กลุ่ม A2 : เส้นทางที่มีความจำเป็น/ต้องเตรียมความพร้อมก่อน(ดำเนินการภายในปี 2572) จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 103.45 กม. มี 76 สถานี วงเงินรวม 239,120.76 ล้านบาท ได้แก่ 1.รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย-ลำสาลี(บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.10 กม. มี 20 สถานี วงเงิน 41,721 ล้านบาท, 2.รถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-หัวลำโพง และช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก (Missing Link) ระยะทาง 25.90 กม. มี 9 สถานี วงเงิน 44,157.76 ล้านบาท, 3.รถไฟฟ้าสายสีเขียว สนามกีฬาแห่งชาติ-ยศเส ระยะทาง 1.20 กม. มี 1 สถานี วงเงิน 3,489 ล้านบาท,

4.รถไฟฟ้าสายสีเทา วัชรพล-ทองหล่อ ระยะทาง 16.25 กม. มี 15 สถานี วงเงิน 27,853 ล้านบาท, 5.รถไฟฟ้าสายสีเขียว บางหว้า-ตลิ่งชัน ระยะทาง 7.50 กม. มี 6 สถานี วงเงิน 14,863 ล้านบาท, 6.รถไฟฟ้าสายสีแดง วงเวียนใหญ่-บางบอน ระยะทาง 12.20 กม. มี 11 สถานี วงเงิน 63,110 ล้านบาท และ 7.รถไฟฟ้าสายสีเงิน บางนา-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 18.30 กม. มี 14 สถานี วงเงิน 43,927 ล้านบาท
และ 3.กลุ่ม B : เส้นทางที่มีศักยภาพ (พิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง ปี 2572) จำนวน 9 เส้นทาง รวม 132.35 กม. มี 82 สถานี วงเงิน 341,182 ล้านบาท ได้แก่ 1.รถไฟฟ้าสายสีฟ้า ดินแดง-สาทร ระยะทาง 6.70 กม. มี 9 สถานี วงเงิน 14,731 ล้านบาท, 2.รถไฟฟ้าสายสีเทา พระโขนง-ท่าพระ ระยะทาง 20.60 กม. มี 19 สถานี วงเงิน 35,602 ล้านบาท, 3.รถไฟฟ้าสายสีเทา ลำลูกกา-วัชรพล ระยะทาง 11.50 กม. มี 5 สถานี วงเงิน 17,514 ล้านบาท, 4.รถไฟฟ้าสายสีเขียว คูคต-วงแหวนรอบนอก ระยะทาง 6.80 กม. มี 4 สถานี วงเงิน 16,374 ล้านบาท,

5.รถไฟฟ้าสายสีเขียว ตลิ่งชัน-รัตนาธิเบศร์ ระยะทาง 10.50 กม. มี 7 สถานี วงเงิน 20,948 ล้านบาท, 6.รถไฟฟ้าสายสีแดง หัวลำโพง-วงเวียนใหญ่ ระยะทาง 3.45 กม. มี 1 สถานี วงเงิน 14,774 ล้านบาท, 7.รถไฟฟ้าสายสีเขียว เคหะสมุทรปราการ-ตำหรุ ระยะทาง 9.50 กม. มี 5 สถานี วงเงิน 15,882 ล้านบาท, 8.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางแค-พุทธมณฑล สาย 4 ระยะทาง 8 กม. มี 4 สถานี วงเงิน 21,249 ล้านบาท และ 9.รถไฟฟ้าสายสีแดง บางบอน-มหาชัย-ปากท่อ ระยะทาง 55.30 กม. มี 28 สถานี วงเงิน 184,135 ล้านบาท
“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานด้วยว่า สาเหตุที่ต้องเสนอแผนพัฒนาระบบการขนส่งทางรางฯ หรือ M-MAP 2 ให้ที่ประชุมคณะกรรมการฯขนส่งทางราง พิจารณา เนื่องจากเป็นไปตามที่ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ.2568 กำหนดว่าต้องเสนอที่ประชุมพิจารณาด้วย ซึ่งในแผนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเล็กน้อย โดยได้เพิ่มรถไฟฟ้าสายสีแดง มิสซิ่งลิงก์ เข้ามาบรรจุไว้ในกลุ่ม A2 แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการบรรจุอยู่ใน M-MAP2 เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเรื่องจำนวน รูปแบบโครงสร้าง และตำแหน่งสถานี อีกทั้งต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ใหม่ ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ถูกปรับลงมาอยู่กลุ่ม A2 จากเดิมอยู่กลุ่ม A1 เนื่องจากยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที อยู่ระหว่างปรับแบบการก่อสร้างร่วมกัน ระหว่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.).



