สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมยูเครนรายงานว่า กองทัพรัสเซียระดมยิงขีปนาวุธหลากหลายรุ่นรวมประมาณ 70 ลูก โจมตีเมืองใหญ่หลายแห่งในประเทศ ตลอดวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นปฏิบัติการโจมตีทางทหารภายในวันเดียวครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา

ขณะที่รายงานโดยกระทรวงพลังงานยูเครนระบุว่า โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 9 แห่งในประเทศ ได้รับความเสียหายจากปฏิบัติการทางทหารครั้งล่าสุดของกองทัพรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้เมืองคาร์คิฟที่เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และเมืองใกล้เคียงอีกหลายแห่ง เผชิญกับภาวะกระแสไฟฟ้าดับทั้งเมือง
One of my local supermarkets in #Kyiv during #blackout. Half in darkness, but still operating. Ukraine will keep going, no matter what. pic.twitter.com/ZM10AOXxxM
— Euan MacDonald (@Euan_MacDonald) December 10, 2022
ด้านเทศบาลกรุงเคียฟรายงานว่า มีเพียง 1 ใน 3 ของประชากรในพื้นที่เท่านั้น ซึ่งมีความร้อน น้ำประปา และกระแสไฟฟ้าใช้ในอัตราอย่างน้อย 40% ส่วนระบบรถไฟไต้ดินซึ่งใช้กระแสไฟฟ้ามหาศาล ยังคงระงับให้บริการ

ในอีกด้านหนึ่ง ที่ประชุมสุดยอดผู้นำ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) มีมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เตรียมจัดสรรงบประมาณเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครนในปีหน้า เพิ่มอีก 18,000 ล้านยูโร (ราว 664,653.13 ล้านบาท)
Metro completely stopped in Kyiv, and is used as a bomb shelter. Met Tortik and his owner Olya again. They are taking cover here since 8:40 am. People are glued to their screens, monitoring the situation in Ukraine. Everyone is completely calm. pic.twitter.com/oY5Ha6MVNn
— Maria Avdeeva (@maria_avdv) December 16, 2022
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซีย ซึ่งเป็นรอบที่ 9 นับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุ และเป็นรอบสุดท้ายของปีนี้ โดยรวมถึงการขึ้นบัญชีดำบุคคลสัญชาติรัสเซียอีกเกือบ 200 คน และการห้ามผู้ประกอบการของประเทศสมาชิกอียู ร่วมลงทุนในกระทรวงเหมืองแร่ของรัสเซีย
A firm response to Russia's continued escalation targeting civilians and civilian infrastructure, seeking to paralyse Ukraine at the beginning of the winter.
— European Commission ???????? (@EU_Commission) December 16, 2022
We welcome the adoption by @EUcouncil of our ninth package of sanctions against Russia.
Learn more ↓ #StandWithUkraine
ทั้งนี้ มติของอียูไม่ว่าในเรื่องใดก็ตาม ต้องเป็นเสียงสนับสนุนที่เป็นเอกฉันท์เท่านั้น ซึ่งการลงมติครั้งนี้เกิดขึ้น หลังโปแลนด์และลิทัวเนียให้ความเห็นว่า ความปลอดภัยทางอาหารที่ลดลงเนื่องจากสงครามครั้งนี้ ในความเป็นจริงจะเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับนักธุรกิจด้านปุ๋ย และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของรัสเซีย.
เครดิตภาพ : REUTERS



