สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ว่า สภาผู้แทนราษฎรของมาเลเซียมีมติเสียงข้างมาก 148 จาก 222 เสียง ในการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รับรองมติไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม และคณะรัฐมนตรี
อนึ่ง อันวาร์ วัย 75 ปี ซึ่งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 10 ของมาเลเซีย เทื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา เป็นเพียงผู้นำรัฐบาลคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์การเมืองของมาเลเซีย ที่สภาต้องการลงมติไม่ไว้วางใจ ต่อจากรัฐมนตรีฮุซเซน อนน์ เมื่อปี 2519 และนายกรัฐมนตรีอับดุลเลาะห์ บาดาวี เมื่อปี 2546

ทั้งนี้ มาเลเซียจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลปรากฏว่า ไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถครองเสียงข้างมากได้อย่างเด็ดขาดเพียงพรรคเดียว โดยเกณฑ์ขั้นต่ำของการครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร คืออย่างน้อย 112 จาก 222 ที่นั่ง ส่งผลให้พันธมิตรพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แย่งกันช่วงชิงความสนับสนุนจากพรรคการเมืองขนาดกลางและเล็ก ตลอดจนพันธมิตรการเมืองอื่น
อย่างไรก็ตาม ในที่สุดอันวาร์สามารถ “บรรลุข้อตกลง” กับแนวร่วมแห่งชาติ (บีเอ็น) พันธมิตรการเมืองใหญ่ของมาเลเซีย ซึ่งมีพรรคมลายูสามัคคีแห่งชาติ (อัมโน) ที่เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศ และเคยเป็นต้นสังกัดทางการเมืองของอันวาร์ เป็นแกนนำ
Malaysia's new PM Anwar Ibrahim wins a vote of confidence as parliament convenes for the first time since last month's general election pic.twitter.com/09ezREnYCw
— TRT World Now (@TRTWorldNow) December 19, 2022
ปัจจุบัน อันวาร์ควบตำแหน่ง รมว.การคลัง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เจ้าตัวเคยทำหน้าที่มาแล้ว ระหว่างปี 2534-2541 ในยุครัฐบาลของ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด และผู้นำมาเลเซียให้เหตุผลว่า “เพื่อรักษาเสถียรภาพการคลัง” ของประเทศ
กระนั้น ผู้สันทัดกรณีทางการเมืองของมาเลเซีย มองการที่ อันวาร์ แต่งตั้งนายอาหมัด ซาฮิด ฮามิดี ประธานพรรคอัมโน ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่ง รมว.การพัฒนาชนบทและภูมิภาค มีเหตุผลสำคัญคือ “เพื่อเป็นหลักประกัน” ให้กับการครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แม้ อาหมัด ซาฮิด เผชิญกับข้อกล่าวหาคอร์รัปชั่นมากมายก็ตาม.
เครดิตภาพ : REUTERS



