วานนี้ (20 ธ.ค. 2565) บริษัทไมโครซอฟท์ ได้ตกเป็นฝ่ายจำเลยในคดีฟ้องร้องต่อศาลสหรัฐ โดยผู้ยื่นฟ้องเป็นกลุ่มผู้บริโภคอิสระที่อ้างว่า การยื่นประมูลขอซื้อกิจการบริษัท แอคทิวิชัน บลิซซาร์ด ซึ่งเป็นผู้ผลิตเกมดัง ‘Call of Duty’ ในราคา 69,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.39 ล้านล้านบาท) นั้น จะกลายเป็นช่องทางให้ไมโครซอฟท์ผูกขาดตลาดเกมไว้เพียงเจ้าเดียว

คดีดังกล่าวมีการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในแคลิฟอร์เนีย หลังจากที่คณะกรรมาธิการการค้ารัฐบาลกลางสหรัฐยื่นฟ้องไมโครซอฟท์เพื่อหยุดยั้งบริษัทจากการซื้อกิจการของแอคทิวิชัน เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ฝ่ายโจทก์ในครั้งยังต้องการให้ศาลออกคำสั่งห้ามไมโครซอฟท์เข้าซื้อกิจการของแอคทิวิชัน โดยเป็นการยื่นคำร้องในนามของนักเล่นวิดีโอเกม 10 รายจาก แคลิฟอร์เนีย นิวเม็กซิโก และนิวเจอร์ซีย์ พวกเขาอ้างว่าการเข้าซื้อกิจการแอคทิวิชันจะทำให้ไมโครซอฟท์มีเป็นบริษัทที่มีอำนาจมากเกินไปในวงการอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ซึ่งสามารถปิดกั้นคู่แข่ง จำกัดจำนวนผลิตภัณฑ์ ลดทางเลือกของผู้บริโภคและขึ้นราคาสินค้า

ก่อนหน้านี้ ตัวแทนของไมโครซอฟต์ได้กล่าวโต้แย้งข้อกล่าวหาของคณะกรรมาธิการการค้าฯ ในแถลงการณ์ว่า การซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยขยายการแข่งขันและสร้างโอกาสสำหรับนักเล่นเกมและนักพัฒนาเกมได้มากขึ้น ขณะที่ แบรด สมิธ ประธานของไมโครซอฟท์กล่าวว่า บริษัทมีความมั่นใจอย่างเต็มที่และยินดีที่มีโอกาสสู้คดีกันในศาล.

เครดิตภาพ : REUTERS