สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ว่า การวิเคราะห์ประจำปีครั้งล่าสุด ซึ่งไม่รวมการดีดกลับที่คาดการณ์ไว้ในการปล่อยก๊าซของปีนี้ พบว่า ผู้ปล่อยก๊าซ 5 อันดับแรกของอียู ได้แก่ เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, โปแลนด์ และสเปน มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของก๊าซเรือนกระจก อยู่ที่ประมาณ 60%
เมื่อปี 2564 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวม ซึ่งรวมถึงมีเทน, ไนตรัสออกไซด์ และคาร์บอนไดออกไซด์ อยู่ที่ 3,600 ล้านตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยมีปริมาณต่ำกว่าระดับสูงสุดในปี 2551 ถึง 1,010 ล้านตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
????In 2021, greenhouse gas (GHG) emissions by economic activities of EU resident units stood at 3.6 billion tonnes of CO2 equivalents (CO2-eq).
— EU_Eurostat (@EU_Eurostat) December 21, 2022
Highest GHG emissions:
????Manufacturing industry (800 million tonnes of CO2-eq; 22% of total GHG emitted)
????https://t.co/yNNWneQu1r pic.twitter.com/bZ52qh9k7k
ยูโรสแตท ระบุว่า การขุดเหมืองและการทำเหมืองลดลงมากเป็นประวัติการณ์ถึง 42% ระหว่างปี 2551-2564 รองลงมาคือ สาธารณูปโภค กับสินค้าปรับอากาศและไอน้ำที่ 39%, การผลิต การขนส่ง และการจัดเก็บที่ 23% ขณะที่ภาคครัวเรือนลดลง 13%
อนึ่ง การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในปีนี้ เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์, พลังงานนิวเคลียร์และไฟฟ้าพลังน้ำที่มีประสิทธิภาพต่ำ, อุปสงค์พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เพิ่มขึ้น และคลื่นความร้อนรุนแรง ล้วนทำให้การใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้น และส่งผลให้การปล่อยมลพิษสูงขึ้นในปีนี้
นอกจากนี้ ข้อมูลจากเดือน พ.ย. ของยูโรสแตทเผยให้เห็นว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมและครัวเรือนในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว รวมเป็น 905 ล้านตัน ของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า.
เครดิตภาพ : REUTERS



