สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ว่าสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นดับเบิลยูเอส ) รายงานสภาพอากาศโดยทั่วไปในสหรัฐ ว่าหิมะและกระแสลมแรงยังคงปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของทั้งประเทศ ส่งผลให้อุณหภูมิยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง อาทิ อุณหภูมิที่เมืองพิตต์สเบิร์ก ในรัฐเพนซิลเวเนีย อยู่ที่ -13 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติ -10 องศาเซลเซียส เมื่อวันคริสต์มาสอีฟ ปี 2526
Hot Water Turns Into 'Instant Snow' Amid Freezing Temperatures In Montana.
— Newsweek (@Newsweek) December 23, 2022
Winter Storm Elliott Live Updates: https://t.co/S2MP9VBRqk pic.twitter.com/hPbKb5LcvN
The conditions along the North Shore of #pittsburgh are brutal right now. Ice along the edge of the water. Wind howling. Fog whipping up river. Air temp -5°, wind chill -23°. My goodness. pic.twitter.com/KAclecc1NZ
— Dave DiCello (@DaveDiCello) December 23, 2022
ขณะที่สถิติอุณหภูมิเย็นที่สุดของสหรัฐ ในวันคริสต์มาสอีฟปีนี้ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ อยู่ที่เมืองเอลก์ ปาร์ก ในรัฐมอนแทนา ซึ่งเอ็นดับเบิลยูเอสวัดได้ -45 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิที่เมืองแนชวิลล์ ในรัฐเทนเนสซี ลดลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี
????️There’s windy and then there’s the 74mph wind in Grand Marais. Here’s what our MPR weather watchers sent us ???? #mnwx pic.twitter.com/TA3QJcHLJD
— MPR News (@MPRnews) December 23, 2022
ด้านสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงาน ผู้เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 18 ราย ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศแปรปรวนซึ่งส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ในเวลาเดียวกัน ข้อมูลจากเว็บไซต์ Poweroutage.us ระบุว่า ครัวเรือนและสถานประกอบกิจการซึ่งประสบกับภาวะกระแสไฟฟ้าขัดข้อง สะสมเพิ่มเป็นมากกว่า 1.8 ล้านครัวเรือนทั่วสหรัฐ และเว็บไซต์ FlightAware.com รายงาน สายการบินในสหรัฐยกเลิกเที่ยวบินรวมกันมากกว่า 2,700 เที่ยวบิน เมื่อวันเสาร์ และอีกมากกว่า 6,400 เที่ยวบิน ไม่สามารถให้บริการได้ตามกำหนด

ทั้งนี้ เอ็นดับเบิลยูเอสเรียกปรากฏการณ์ทางอากาศ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวปีนี้ ว่า “ไซโคลนระเบิด” เป็นผลจากความกดอากาศที่ลดต่ำลงภายในเวลาอันรวดเร็ว ก่อตัวกลายเป็นมวลอากาศ “หนาวเย็นที่มีความรุนแรง” และสามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต.
เครดิตภาพ : REUTERS






