สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ว่า ทีมนักวิจัยของแคนาดาเดินทางทั่วภูมิภาคในทุก ๆ 5 ปี เพื่อนับจำนวนหมีขั้วโลก และคาดการณ์ประชากรของพวกมัน ซึ่งจากผลการสำรวจครั้งล่าสุด ในช่วงปลายเดือน ส.ค. ถึงต้นเดือน ก.ย. ของปี 2564 ที่เผยแพร่เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา พวกเขาพบหมีขั้วโลก 194 ตัว และประมาณการจำนวนประชากรทั้งหมดได้ 618 ตัว ซึ่งลดลงจากเดิม 842 ตัวใน 5 ปีก่อนหน้านี้

เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจทางอากาศ การประมาณการจากปี 2554-2559 บ่งชี้ว่า ประชากรหมีขั้วโลกในอ่าวฮัดสันตะวันตกอาจมีจำนวนลดลง อีกทั้งผลการศึกษายังเผยให้เห็นถึงการลดลงอย่างมากในจำนวนหมีเพศเมียที่โตเต็มวัย และลูกหมีก่อนโตเต็มวัย ระหว่างปี 2554-2564

“การลดลงที่สังเกตได้นั้นสอดคล้องกับการคาดการณ์มาอย่างยาวนาน เกี่ยวกับผลกระทบทางประชากรศาสตร์ของการเปลี่นแปลงสภาพอากาศที่มีต่อหมีขั้วโลก” ทีมนักวิจัย กล่าว

นอกจากนี้ พวกเขายังกล่าวเสริมว่า การย้ายถิ่นฐานไปยังภูมิภาคใกล้เคียง และการล่าหมี ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนประชากรของพวกมันลดลงด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น น้ำแข็งทะเลที่หมีขั้วโลกใช้เป็นที่อยู่อาศัย, ล่าแมวน้ำ และสืบพันธุ์ กำลังหายไปในอัตราที่น่าตกใจ โดยพื้นที่ทางเหนือสุดมีอุณหภูมิที่ร้อนเร็วกว่าส่วนอื่น ๆ ของโลกถึง 4 เท่า ซึ่งนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1980 ก้อนน้ำแข็งในอ่าวลดลงเกือบ 50% ในช่วงฤดูร้อน ตามข้อมูลของศูนย์ข้อมูลหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอสไอดีซี).

เครดิตภาพ : REUTERS