สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติของเกาหลีใต้เผยแพร่รายงานว่า อัตราการฆ่าตัวตายของเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 17 ปี อยู่ที่ 2.7 ราย ต่อประชากร 100,000 คน เมื่อปี 2564 เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับสถิติของปีก่อนหน้า


ทั้งนี้ สถิติการฆ่าตัวตายของประชากรเกาหลีใต้ในช่วงวัยดังกล่าว เพิ่มขึ้นจาก 1.2 ราย เมื่อปี 2543 เป็น 2.6 ราย เมื่อปี 2552 และลดฮวบลงเหลือ 1.4 ราย เมื่อปี 2558 แล้วกลับมาเพิ่มขึ้นเป็น 2.1 ราย เมื่อปี 2562 และ 2.5 ราย เมื่อปี 2563


ขณะที่อัตราการฆ่าตัวตายของกลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 15-17 ปี ลดลงเล็กน้อยจาก 9.9 ราย เมื่อปี 2563 อยู่ที่ 9.5 ราย เมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม อัตราการฆ่าตัวตายของกลุ่มผู้มีอายุ 12-14 ปี เพิ่มขึ้นจาก 3.2 ราย เมื่อปี 2563 เป็น 5.0 ราย เมื่อปี 2564


สำหรับสาเหตุส่วนใหญ่ที่ส่งผลให้ประชากรเด็กและวัยรุ่นในเกาหลีใต้ฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น เกี่ยวข้องกับภาวะที่เรียกว่า “โคโรนาบลู” (Corona Blue) ซึ่งเป็นภาวะซึมเศร้า ที่เป็นผลจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวด เพื่อลดผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา


นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของเกาหลีใต้ ยังเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับ อัตราการใช้ความรุนแรงกับเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี ต่อประชากร 100,000 คน มีอัตราส่วนสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 502.2 คน เมื่อปี 2564 เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับสถิติ 401.6 คน ของปี 2563 ซึ่งมีสาเหตุจากการที่เด็กและเยาวชนต้องอยู่บ้านนานขึ้น ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19.

ข้อมูล : XINHUA

ภาพ : GETTY IMAGES