เมื่อวันที่ 4 ม.ค. นายเก่ง (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี อาชีพ พ่อค้าขายข้าวเกรียบปากหม้อ จ.นนทบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนไปกู้เงินจากธนาคารจำนวน 280,000 บาท มาเพื่อลงทุนค้าขายออนไลน์ แต่กลับถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กโปรไฟล์เป็นหญิงสาวหน้าตาดีรายหนึ่ง หลอกไปเล่นหุ้นคริปโตผ่านเว็บไซต์ มีการโอนเงินทั้งหมด 5 รอบ จนสูญเงินรวมกว่า 650,000 บาท โดยเงินดังกล่าว มาจากการกู้ธนาคาร เอารถ จยย. ของน้องไปจำนำ ยืมญาติพี่น้องมาอีก ยืมเพื่อน ทำให้เกิดความเครียดอย่างมาก ถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย

โดย นายเก่ง เล่าว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 65 ตนได้รับการทักแชตจาก น.ส.พลอย หรือน้องพลอย (นามสมมุติ) หญิงสาวหน้าตาดีผ่านทางเฟซบุ๊ก โดย น้องพลอย ทักเข้ามาในลักษณะของการจีบกัน ทั้งยังแนะนำให้มาลองเล่นคริปโตผ่านทางเว็บไซต์ ด้วยความที่ตนสนใจเรื่องคริปโตอยู่แล้ว แต่เล่นไม่เป็น จึงได้ปรึกษาและลงทุนโดยการโอนเงินก้อนแรกจำนวน 20,000 บาท ในวันที่ 8 ส.ค. 65 ต่อมาวันที่ 20 ส.ค. 65 ก็ได้ทำการโอนเงินไปอีก 50,000 บาท เพื่อเป็นค่าแลกเหรียญคริปโต และวันที่ 25 ส.ค. 65 ได้โอนอีก 57,000 เพื่อแลกเหรียญ ตลอดระยะเวลาที่ลงทุน น.ส.พลอย ก็เป็นคนแนะนำตนเป็นอย่างดี จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 65 ตนอยากจะถอนเงินที่ได้กำไรออกมาทั้งหมด จึงได้ปรึกษา น.ส.พลอย ว่าจะต้องทำอย่างไร และตนก็ได้กรอกข้อมูลตามที่ น.ส.พลอย บอกในเว็บไซต์ดังกล่าว

ต่อมาได้รับการติดต่อจากแอดมินเว็บไซต์ว่า จะต้องเสียค่าภาษีก่อนจำนวน 50,000 บาท ตนจึงได้โอนเงินให้ไปอีก และในวันเดียวกันแอดมินได้แจ้งกับตนว่า ตนกรอกข้อมูลผิดจะต้องเสียค่าปลดล็อกบัญชีอีกจำนวน 76,098 บาท ตนจึงได้โอนให้ไป พอทางแอดมินส่งสลิปการโอนเงินที่ตนถอน ก็พบว่า ชื่อบัญชีธนาคารกับชื่อไม่ตรงกัน จึงได้สอบถามไปอีก ซึ่งทางแอดมินบอกว่า ตนกรอกข้อมูลผิด แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้กรอกข้อมูลผิดแน่ ๆ แอดมินบอกอีกว่า ถ้าจะเอาเงิน ตนจะต้องจ่ายค่าประกันเหรียญคริปโตอีก 5,000 เหรียญ ซึ่งเป็นเงินเกือบ 200,000 บาท ด้วยความที่ตนอยากได้เงินคืน จึงได้โอนเงินไป ต่อมาตนพยายามติดต่อ น.ส.พลอย แต่ว่ามีการบล็อกเฟซบุ๊กไปแล้ว ทำให้รู้ตัวว่าโดนหลอกอย่างแน่นอน จึงเข้าไปแจ้งความยัง สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีไว้เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 65 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

นายเก่ง เล่าด้วยว่า ตอนที่รู้ว่าโดนหลอก ตนมืดแปดด้านทำอะไรไม่ถูกเลย ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาคืน ทางธนาคารก็โทรฯ มาทวง พวกเพื่อน ๆ ญาติ ๆ หรือเจ้าหนี้ที่ตนไปยืมมา ก็เข้ามาทวง จนคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะไม่รู้จะหาเงินจากที่ไหน แต่มีรุ่นพี่เตือนสติว่า ถ้าตนตายไปแล้วแม่จะอยู่อย่างไร เพราะตนเป็นเสาหลักครอบครัว ต้องดูแลแม่ที่ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และพี่น้องอีก ตอนนั้นยอมรับว่าท้อมาก เหมือนไร้หนทางแล้ว ก็ไม่รู้จะฝากไปบอกอะไรกับคนที่ทำกับตนแบบนี้ แต่เชื่อว่า ทำแบบไหนก็จะได้แบบนั้น เพราะทุกคนต่างก็มีวิธีหาเงินแบบสุจริต แต่เขาไม่ทำเอง.



