สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า บรรยากาศในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐยังคงอึมครึม เนื่องจากยังไม่สามารถเปิดการประชุมสมัยสามัญ หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ปีที่แล้วได้ ตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา


แม้พรรครีพับลิกันกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาล่างของสหรัฐได้อีกครั้ง ด้วยเสียงสนับสนุน 222 เสียง ส่วนพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างน้อย 213 เสียง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันส่งผลให้นายเควิน แมคคาร์ธี แกนนำของพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการเสนอชื่อ “ตามธรรมเนียม” จากพรรค ให้ทำหน้าที่ประธานสภา ยังไม่ได้รับเสียงสนับสนุนถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ คืออย่างน้อย 218 เสียง หลังผ่านการลงคะแนนไปแล้ว 6 รอบ เนื่องจากยังมีสมาชิกพรรครีพับลิกันประมาณ 20 คน “ไม่ยอมรับ” แมคคาร์ธี

นายเควิน แมคคาร์ธี ยกมือขึ้นปิดปาก หลังทราบผลการลงคะแนนภายในพรรครีพับลิกัน ว่าตัวเองยังคงไม่ได้รับเสียงสนับสนุนถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ เพื่อการเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ศตวรรษ ที่สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐไม่สามารถลงมติเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานคนใหม่ได้ ในวันแรกของการประชุม โดยต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2466 สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐต้องลงคะแนนเสียงมากถึง 133 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 เดือน เพื่อรับรองผู้ดำรงตำแหน่งประธานคนใหม่


ด้านอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรครีพับลิกัน โพสต์ข้อความบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ “ทรูธ โซเชียล” เรียกร้องความเป็นเอกภาพภายในพรรครีพับลิกัน อนึ่ง จริงอยู่ที่อดีตผู้นำสหรัฐยังคงมีอิทธิพลอย่างมากกับการเมืองสหรัฐ และภายในพรรครีพับลิกัน โดยเป็นสมาชิกพรรคเพียงคนเดียว “ณ เวลานี้” ที่ประกาศความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไป ในปี 2567 ทว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนหนึ่งยังคงมองทรัมป์ “คือต้นเหตุ” ทำให้พรรครีพับลิกันได้รับเลือกตั้งกลางเทอม “น้อยกว่าเป้าหมาย”.

เครดิตภาพ : REUTERS