สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่า นางเหมา หนิง โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศ ให้แก่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) “มีความโปร่งใส ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางกฎหมาย หลักการแพทย์ และความเหมาะสมในระยะเวลา” พร้อมทั้งย้ำว่า “สถานการณ์โรคโควิด-19 ในจีน สามารถควบคุมได้”


ขณะที่แหล่งข่าวในคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) และกระทรวงการต่างประเทศจีน ให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของรัฐบาลปักกิ่ง ประชุมร่วมกับองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และยืนยันแบบเดียวกัน


ทั้งนี้ นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า ดับเบิลยูเอชโอ “มีความวิตกกังวลในระดับสูง” ในเรื่อง “ความเที่ยงตรงและความโปร่งใส” ของข้อมูลที่รัฐบาลปักกิ่งมอบให้ เนื่องจาก “ยังไม่สามารถแสดงภาพที่ชัดเจน” ของสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งปัจจุบันได้


ด้าน นพ.ไมค์ ไรอัน หัวหน้าโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า จีนกำหนดนิยามหรือคำจำกัดความเกี่ยวกับ “การเสียชีวิตจากโควิด-19” ในรูปแบบที่ “แคบเกินไป” จึงยังไม่ถือเป็นความชัดเจนเกี่ยวกับอัตราการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และการเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ออกจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในนครเซี่ยงไฮ้ของจีน


อนึ่ง นับตั้งแต่ประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ครั้งใหญ่ เมื่อปลายปีที่แล้ว และเตรียมยุติมาตรการเข้มงวดแทบทั้งหมดกับผู้เดินทางขาเข้าระหว่างประเทศ ในวันที่ 8 ม.ค. ที่จะถึง โดยคงเหลือเพียงการต้องแสดงผลตรวจแบบอาร์ที-พีซีอาร์ รัฐบาลปักกิ่งยกเลิกการรายงานสถิติผู้ป่วยโควิด-19 “แบบละเอียด” ที่ก่อนหน้านั้น จำแนกระหว่างผู้ติดเชื้อแสดงอาการกับไม่แสดงอาการ และตอนนี้ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตต่อวัน “ไม่เกิน 5 ราย”

ประชาชนรอประกอบพิธีศพให้กับสมาชิกในครอบครัว ซึ่งเสียชีวิตเพราะโรคโควิด-19 ที่ฌาปนสถานแห่งหนึ่ง ในนครเซี่ยงไฮ้


นอกจากนี้ การที่หน่วยงานสาธารณสุขของจีน นับจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 “เฉพาะผู้ที่มีภาวะปอดบวมหรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว” เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย เนื่องจากขัดแย้งกับภาพที่ออกมาว่า โรงพยาบาลหลายแห่งเผชิญกับภาวะผู้ป่วยล้น และโลงศพรอเผาเต็มฌาปนสถานตามเมืองใหญ่ โดยเฉพาะที่นครเซี่ยงไฮ้.

เครดิตภาพ : REUTERS