สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต้อนรับนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันศุกร์ ในโอกาสผู้นำญี่ปุ่นเยือนกรุงวอชิงตันอย่างเป็นทางการ
President Biden welcomes Japanese Prime Minister Fumio Kishida @kishida230 to the White House. https://t.co/C7ueibQM9V pic.twitter.com/hjL4oSdmSf
— CSPAN (@cspan) January 13, 2023
President Biden meets with Japanese Prime Minister Fumio Kishida @kishida230 in the Oval Office. https://t.co/drrXqgw4lm pic.twitter.com/M1AP3ycnGe
— CSPAN (@cspan) January 13, 2023
ทั้งนี้ ไบเดนกล่าวในช่วงหนึ่งว่า รัฐบาลวอชิงตันมีความยึดมั่นต่อการเป็นพันธมิตร “ที่มีความสมบูรณ์และเต็มรูปแบบ” ต่อญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ตลอดจนกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (ไอพีอีเอฟ) ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐชื่นชม “ภาวะความเป็นผู้นำ” ของคิชิดะ ต่อความร่วมมือกับรัฐบาลวอชิงตันและพันธมิตรตะวันตก ในการร่วมใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย จากสงครามในยูเครน

หลังจากนั้น คิชิดะพบหารือกับรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส ซึ่งกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่น “แข็งแกร่งดั่งหินผา” ขณะที่คิชิดะกล่าวถึงผลการพบหารือกับผู้นำและรองผู้นำสหรัฐ ว่าเป็นไปตามกรอบของ “การเป็นพันธมิตรสหรัฐ-ญี่ปุ่น” และ “ความร่วมมือจัดตั้งภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เปิดกว้าง” สื่อถึงความพยายามเพิ่มการถ่วงดุลอำนาจกับจีนในภูมิภาคแห่งนี้ ซึ่งทำให้ทั้งสหรัฐและญี่ปุ่น อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคง “ซึ่งท้าทายและซับซ้อนที่สุด”
Vice President Harris hosts Prime Minister Kishida Fumio of Japan for a working breakfast at the Vice President’s Residence. pic.twitter.com/0vjYo9XByO
— The Hill (@thehill) January 13, 2023
ก่อนการพบหารือระดับผู้นำระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นในครั้งนี้ รมว.การต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ ประชุมร่วมกันก่อน โดยเห็นพ้องกันว่า จีนถือเป็น “ความท้าทายทางยุทธศาสตร์ร่วมครั้งใหญ่ที่สุด” ด้วยเหตุนี้ การยกระดับและขยายขอบเขตความร่วมมือในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง.
เครดิตภาพ : REUTERS



