สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า กองทัพรัสเซียปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหม่ทั่วยูเครน ตลอดวันเสาร์ที่ผ่านมา และยังคงเน้นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า น้ำประปา และระบบทำความร้อน


ทั้งนี้ พื้นที่ซึ่งได้รับความเสียหายมากที่สุดจากการโจมตีรอบนี้ คือ เมืองดนีโปร หรือเมืองไนเปอร์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของยูเครน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ริมชายฝั่งแม่น้ำชื่อเดียวกัน โดยการโจมตีสร้างความเสียหายอย่างหนักหน่วงให้แก่อพาร์ตเมนต์ความสูง 9 ชั้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 64 คน


ขณะเดียวกัน เซเลนสกียืนยันว่า ยูเครนยังคงสามารถต้านทาน “การรุกคืบอย่างหนักและต่อเนื่อง” ของกองทัพรัสเซียซึ่งได้รับความสนับสนุนจากกองกำลังทหารรับจ้าง “วากเนอร์” ที่เมืองโซเลดาร์ ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นสมรภูมิหลักของภูมิภาคดอนบาส พื้นที่ขัดแย้งที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศ พร้อมทั้งเรียกร้องขอให้ “บรรดาพันธมิตรตะวันตก” เพิ่มความสนับสนุนด้านอาวุธด้วย


อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมรัสเซีย และนายเยฟกินี พริโกซิน มหาเศรษฐีนักธุรกิจชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและเจ้าของวากเนอร์ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในคนสนิทของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ยืนยันการยึดครองอาณาเขตทั้งหมดของเมืองโซเลดาร์ สถานที่ตั้งเหมืองเกลือขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรปได้แล้ว โดยนับจากนี้จะใช้เป็น “โครงข่ายใต้ดิน” เพื่อเชื่อมต่อไปยังเมืองบัคมุต ที่เป็นเมืองใหญ่อีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กัน เพื่อตัดแสเนทางลำเลียงของทหารยูเครนในบริเวณนี้.

เครดิตภาพ : REUTERS