สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองซูราบายา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า โศกนาฏกรรมดังกล่าว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 135 คน เกิดขึ้นในเกมการแข่งขันเมื่อเดือน ต.ค. 2565 ที่สนามกีฬาคันจูรูฮัน ส่งผลให้เกิดคำถามในวงกว้าง เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและการใช้แก๊สน้ำตา ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมฝูงชนที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) สั่งห้าม

ศาลในเมืองซูราบายา รับพิจารณาข้อหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 1 คน และผู้จัดการแข่งขัน ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิด แต่ละคนจะมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของอินโดนีเซีย ซึ่งดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ข้างต้นเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา 45 นัด ใส่ฝูงชนเมื่อการแข่งขันจบลง ส่งผลให้เกิดความแตกตื่น และนำไปสู่การเหยียบกันจนมีผู้เสียชีวิต อีกทั้งประตูที่ถูกล็อก, สนามกีฬาที่มีความจุล้น รวมถึงความล้มเหลวในการดำเนินการตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยอย่างถูกต้อง ยังทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

จอโทรทัศน์ที่เป็นการถ่ายทอดสดจากภายในห้องพิจารณาคดี ที่ศาลอินโดนีเซียในเมืองสุราบายา ทางตะวันออกของเกาะชวา ซึ่งเปิดการพิจารณาคดี โศกนาฏกรรมแฟนบอลเหยียบกันจนเสียชีวิต 135 ราย เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว

ด้าน ทนายความของผู้จัดการแข่งขันจาก “อารีมา” หนึ่งในสโมสรที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันในวันนั้น กล่าวว่า ลูกความของเขาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมเสริมว่า ข้อหาประมาทเลินเล่อควรเป็นของตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ยิงแก๊สน้ำตา

อย่างไรก็ตาม ญาติของผู้เสียชีวิตในโศกนาฏกรรมบางคนเรียกร้องให้มีการลงโทษอย่างรุนแรง ตลอดจนหวังให้จำเลยทั้งห้าคนได้รับโทษประหารชีวิต

ภายหลังเหตุการณ์เหยียบกันตาย ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ประกาศระงับการแข่งขันฟุตบอลลีกทั้งหมด และสนามกีฬาคันจูรูฮัน จะถูกรื้อถอนและสร้างใหม่.

เครดิตภาพ : REUTERS