สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามออกแถลงการณ์ เมื่อวันอังคาร ว่าที่ประชุมมีมติ “ให้พักงาน” นายเหวียน ซวน ฟุก จากตำแหน่งทางการเมืองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดี สมาชิกในคณะกรรมการกลาง สมาชิกถาวรในกรมการเมือง หรือ โปลิตบูโร และประธานสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติ ในวาระระหว่างปี 2564-2569
Party Central Committee relieves Nguyễn Xuân Phúc of Presidency, Party positionshttps://t.co/O5Pesatu2x pic.twitter.com/MHz7DO8C78
— Việt Nam News (@VietnamNewsVNS) January 17, 2023
ทั้งนี้ ไม่มีการระบุสาเหตุอย่างชัดเจน เกี่ยวกับมติดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุด้วยว่า นายฟุก “ต้องแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำทางการเมือง” ต่อกรณีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงหลายคน ทั้งในปัจจุบันและในอดีต รวมถึงรองนายกรัฐมนตรี 2 คน และรัฐมนตรีอีก 3 คน ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อไม่นานมานี้ “โทษฐานละเมิดวินัยพรรค”
หลังจากนั้น มีรายงานว่า นายฟุก วัย 68 ปี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ระหว่างปี 2559-2564 ยื่นใบลาออกจากทุกตำแหน่ง ขณะที่สำนักงานเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมว่า จะแต่งตั้งบุคคลใดให้รับตำแหน่งทั้งหมดแทน
ปัจจุบัน เวียดนามไม่มีตำแหน่ง “ประมุข” หรือ “ผู้นำสูงสุด” อย่างเป็นทางการ โดยแบ่งตำแหน่งออกเป็น “4 อันดับ” หรือ 4 ขั้น เริ่มจาก เลขาธิการพรรค ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และประธานสภาแห่งชาติ
Vietnam's president has stepped down https://t.co/wydDGZHxGm
— TIME (@TIME) January 17, 2023
ก่อนหน้าการประกาศของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม สื่อมวลชนท้องถิ่นคาดการณ์มานานระยะหนึ่งแล้วว่า นายฟุกอาจลาออกจากตำแหน่งภายในอนาคตอันใกล้ หลังสภาแห่งชาติมีมติเมื่อต้นเดือนนี้ ปลดนายฝ่าม บิงห์ มิงห์ และนายนายหวู ดึ๊ก ดาม ออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีการระบุสาเหตุอย่างชัดเจน
อนึ่ง คณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการถาวร ประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม หรือ โปลิตบูโร และสำนักงานเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เมื่อปลายเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา เสนอให้มีการสอบสวนทางวินัย ต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน จากกรณีการรับสินบน การจัดเที่ยวบินอพยพประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19.
เครดิตภาพ : REUTERS



