สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่า สำนักงานตำรวจเมืองโปขระรายงานความคืบหน้า ภารกิจค้นหาผู้สูญหายและเก็บกู้ซากเครื่องบิน จากโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารเอทีเอาร์-72 ของ เยติ แอร์ไลน์ส ประสบเหตุตกในพื้นที่กลางหุบเขา เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติกาฐมาณฑุ ไปยังสนามบินในเมืองโปขระ ว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าค้นหา “ผู้สูญหายรายสุดท้าย” จากเที่ยวบินนี้ ซึ่งมีผู้อยู่บนเครื่องบิน 72 คน แบ่งเป็นผู้โดยสาร 68 คน และลูกเรือ 4 คน


อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยอมรับว่า การค้นพบผู้สูญหายคนสุดท้ายในสภาพยังมีชีวิตอยู่นั้น “ความเป็นไปได้เหลือศูนย์” ขณะที่การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 71 ราย “เป็นไปด้วยความยากลำบาก” เนื่องจาก “สภาพศพไม่สมบูรณ์”


สำหรับสัญชาติของผู้อยู่บนเที่ยวบินนั้น แบ่งเป็นชาวเนปาล 57 คน ชาวอินเดีย 5 คน ชาวรัสเซีย 4 คน ชาวเกาหลีใต้ 2 คน ชาวอาร์เจนตินา 1 คน ชาวออสเตรเลีย 1 คน ชาวสหราชอาณาจักร 1 คน และชาวฝรั่งเศส 1 คน


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ค้นพบกล่องบันทึกข้อมูลการบิน หรือกล่องดำของเที่ยวบินดังกล่าว ครบทั้งสองกล่องแล้ว โดยกล่องดำทั้งสองกล่อง ที่แบ่งเป็นกล่องบันทึกการสนทนาภายในห้องนักบิน และกล่องบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการบิน ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ หลังจากนี้ จะเป็นการส่งกล่องดำทั้งสองกล่องไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบต่อไป


อนึ่ง การตกของเครื่องบินโดยสารเยติ แอร์ไลน์ส เป็นโศกนาฏกรรมทางอากาศครั้งเลวร้ายที่สุดของเนปาล นับตั้งแต่ปี 2535 เมื่อเครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ-300 ของปากีสถาน อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ส ตกในเขตกรุงกาฐมาณฑุ คร่าชีวิตผู้อยู่บนเครื่องทั้ง 167 ราย.

เครดิตภาพ : REUTERS