สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่า ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ ระบุในรายงานว่า นักท่องเที่ยวทั่วโลกในปีที่แล้ว มีจำนวนราว 917 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 455 ล้านคนเมื่อปี 2564 นับเป็น “ผลลัพธ์ที่ดีเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้”

ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีที่แล้ว มีสัดส่วนเพียง 63% ของระดับในปี 2562 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอคาดการณ์ว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจเพิ่มเป็น 80-95% ในปี 2566 ได้

นอกจากนี้ รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า การท่องเที่ยวระหว่างประเทศน่าจะฟื้นตัวในปีนี้ เพราะได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เมื่อจุดหมายปลายทางและตลาดเปิดกว้างอีกครั้ง ซึ่งในขณะเดียวกัน อุปสงค์ที่มีกำลังมากจากสหรัฐ ที่ได้รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า จะยังคงส่งผลดีต่อจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้และที่อื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุโรป ที่จะได้รับผลประโยชน์เช่นกัน

มาตรการควบคุมโควิดที่เข้มงวดของรัฐบาลปักกิ่ง ส่งผลให้การเดินทางเข้า-ออกจีนลดลงอย่างมาก จากระดับในปี 2562 ตลอดจนทำให้เกิดช่องโหว่ในตลาดการท่องเที่ยวของเอเชีย ทั้งนี้ การยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าว จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญและน่ายินดียิ่ง ในการฟื้นตัวของภาคส่วนการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ กล่าวเตือนว่า ภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูง, ความกลัวต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก และความไม่แน่นอนจากสงครามในยูเครน อาจขัดขวางการฟื้นตัวของภาคส่วนการท่องเที่ยวในปี 2566 ได้.

เครดิตภาพ : REUTERS