สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่า เด็กในอินโดนีเซียประมาณ 200 คน เสียชีวิตจากภาวะไตวายเฉียบพลันนับตั้งแต่ปีที่แล้ว และทางการกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับยาน้ำเชื่อมแก้ไอบางชนิดที่พบส่วนผสมของเอทิลีนไกลคอล และไดเอทิลีนไกลคอล ซึ่งสามารถเป็นพิษต่อร่างกายได้

ทั้งนี้ ครอบครัว 25 ครอบครัวกำลังฟ้องกระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงการคลัง, หน่วยงานกำกับดูแลยา, และบริษัทยาอีกอย่างน้อย 8 แห่ง โดย นายอวัน พุริยดี ทนายความของครอบครัวผู้เสียหาย กล่าวว่า แต่ละครอบครัวต้องการค่าชดเชยสูงถึง 3,400 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 7.4 ล้านบาท)

ด้าน นางโซลิฮาห์ วัย 36 ปี ผู้อยู่ที่ศาลในกรุงจาการ์ตา กล่าวว่า บุตรสาวอายุ 3 ขวบของเธอ ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไตวายเฉียบพลันหลังรับประทานยาน้ำเชื่อมแก้ไอ และเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมา ซึ่งเธอต้องการให้รัฐบาลมีส่วนรับผิดชอบ

“หากลูกสาวของฉันไม่กินยานั้น บางทีเธออาจจะยังมีชีวิตอยู่” โซลิฮาห์ กล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ฉันหวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะรับผิดชอบต่อเด็กที่เสียชีวิต และเด็กที่มีอาการป่วยอยู่”

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงการคลัง และบริษัทยา 5 แห่งที่มีชื่อในคดีนี้ ยังไม่มีการแสดงความเห็นตอบกลับแต่อย่างใด ส่วนบริษัทอีก 3 แห่ง ยังไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

ขณะที่ องค์การอาหารและยาแห่งอินโดนีเซีย (บีพีโอเอ็ม) ระบุว่า หน่วยงานจะเคารพกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งทางการได้สั่งห้ามการใช้ยาน้ำเชื่อมแก้ไอหลายชนิด และดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทยาหลายแห่ง ที่พบส่วนผสมอันตรายในผลิตภัณฑ์ของพวกเขาแล้ว.

เครดิตภาพ : REUTERS