ศึกเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี รองแชมป์เก่า และรองจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก มีคิวเปิดสนาม เอติฮัด สเตเดียม ต้อนรังการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล

ครึ่งแรก เจ้าถิ่น ครองเกมบุกได้มากกว่า และมาได้จุดโทษในนาทีที่ 39 จากจังหวะที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ไปงัด นิโก โอไรลี จนล้มคว่ำในเขตโทษก่อนที่ เออร์ลิง ฮาลันด์ จะสังหารจุดโทษเข้าไปให้ แมนฯ ซิตี ขึ้นนำ 1-0

จากนั้นในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+2 อองตวน เซเมนโย จึงเปิดบอลจากฝั่งขวาให้ ฮาลันด์ โขกเสียบเสาไกลส่งให้ แมนฯ ซิตี หนีไปเป็น 2-0
เข้าสู่ครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี ยังบุกเป็นพายุ และพังประนำห่างเป็น 3-0 จากจังหวะที่ เซเมนโย หลุดไปยกบอลข้ามตัว จอร์จี มาร์มาดาชวิลี เข้าไปในนาที่ 50
เท่านั้นยังไม่พอนาทีที่ 57 โอไรลี แผลงฤทธิ์จ่ายบอลใส่พานให้ ฮาลันด์ กระทุ้งแฮตทริกส่งให้ แมนฯ ซิตี โกยหนีไปไกลถึง 4-0
กระทั่งนาทีที่ 64 ลิเวอร์พูล ได้ลูกจุดโทษบ้าง ทว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กลับยิงพลาดอย่างน่าเสียดาย ช่วงเวลาที่เหลือ ลิเวอร์พูล พยายามเปิดเกมสู้ แต่ก็ทวงประตูคืนไม่สำเร็จ
จบเกม แมนฯ ซิตี เปิดบ้านถล่ม ลิเวอร์พูลหมดสภาพ 4-0 คว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นทีมแรก ส่วน เครื่องจักรสีแดง ยังไม่เคยผ่านไปถึงรอบตัดเชือกเลยนับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา.
ภาพ AFP



