กลายเป็นมรสุมชีวิตที่ทำเอาคนทั้งประเทศถึงกับช็อก หลังพิธีกรเล่าข่าวชื่อดัง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกถึงกรณีที่คอมเมเดียนระดับตำนาน “โน้ส-อุดม แต้พานิช” ถูกคนใกล้ชิดทรยศหักหลังจนหมดตัว โดยความจริงสุดเจ็บปวดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว ทว่ามาจากน้ำมือของอดีตลูกน้องที่ไว้ใจถึง 2 ราย ใน 2 ช่วงเวลาที่ต่างกัน จนกลายเป็นชนวนเหตุให้สินทรัพย์ที่หามาตลอดชีวิตอันตรธานหายไปในพริบตา
โดยการถูกโกงครั้งใหญ่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ครั้ง รายแรก (อดีตลูกน้องผู้หญิง) แอบลักลอบนำบัตรเครดิตของ โน้ส อุดม ไปใช้จ่ายส่วนตัวตามอำเภอใจ สร้างความเสียหายรวมมูลค่าสูงกว่า 10 ล้านบาท
รายล่าสุด (อดีตผู้จัดการฝ่ายบริหารการเงิน) รายนี้ถือเป็นแผลลึกที่สุด เพราะเป็นถึงอดีตพนักงานธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญ ทำให้ โน้ส อุดม มอบความไว้วางใจให้ดูแลพอร์ตหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล แต่กลับใช้ช่องทางนี้แอบลักลอบโยกย้ายเงินเก็บทั้งชีวิตมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ไปเล่นการพนันออนไลน์ร่วมกับภรรยาของตนเอง

ความแตกหลังจากเวลาล่วงเลยไปนานถึง 3 ปี เมื่อ โน้ส อุดม เอ่ยปากขอตรวจสอบบัญชีเงินฝากและพอร์ตลงทุนทั้งหมด จนนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งปัจจุบันศาลได้มีคำพิพากษาตัดสินสั่งจำคุกอดีตผู้จัดการรายนี้เป็นเวลา 20 ปี โดยไม่มีการให้ประกันตัว
ผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ส่งผลสะเทือนอย่างรุนแรงต่อบริษัทในเครือของ โน้ส อุดม จนเกิดภาวะขาดสภาพคล่องอย่างหนัก อีกทั้งไม่สามารถยื่นขอกู้เงินจากสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ตามระบบได้ เนื่องจากขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันที่น่าเชื่อถือ ต้องเลือกหนทางสุดท้ายด้วยการนำโฉนดบ้านหลังใหญ่ที่เป็นความภาคภูมิใจถึง 3 หลัง ไปจดจำนองเพื่อกู้หนี้นอกระบบมาประคับประคองธุรกิจ วิกฤติดังกล่าวกำลังถูกบีบ เนื่องจากมีข้อตกลงและเงื่อนไขเดดไลน์ที่จะต้องหาเงินมาล้างหนี้สินนอกระบบก้อนโตทั้งหมดนี้ ให้เสร็จสิ้น ภายในเดือนตุลาคมนี้ งานนี้ต้องต้องติดตามกันต่อว่า โน้ส อุดม จะสามารถเคลียร์หนี้สินได้หรือไม่





