เมื่อวันที่ 6 ก.ค.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้มีข้อสั่งการให้ทบทวนโครงการการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (Digital Skill/Credit Portfolio) สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 ซึ่งมีการเสนอกรอบวงเงินงบประมาณเบื้องต้นจำนวน 1,500 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นั้น ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาทบทวนโครงการฯได้ทำการตรวจสอบเชิงลึก และนำเสนอผลการพิจารณา โดยรับฟังข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณอย่างรอบด้าน ซึ่งมีข้อสรุปให้ทบทวนโครงการดังกล่าว พร้อมกับเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ โดยดำเนินการให้สอดคล้อง กับแนวทางของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ควบคู่กับการบูรณาการ ข้อมูลระหว่างทั้ง 2 หน่วยงาน เพื่อให้ระบบ สามารถเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการทบทวนและปรับเปลี่ยนโครงการการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ มีสาระสำคัญ ดังนี้ คือ 1.ให้ประเมินโครงการเก่าเพื่อลดความเสี่ยงด้านความซ้ำซ้อนกับโครงการ National Digital Learning Platform (NDLP) เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ NDLP ที่มีอยู่เดิมให้รอบคอบเ ก่อนที่จะพิจารณาลงทุนสร้างแพลตฟอร์มใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน 2. เปลี่ยนแปลงโครงการและยกเลิกร่างขอบเขตของงานเดิม (TOR) เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ ด้วยารเพิ่มวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับนโยบายยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เช่น ผลคะแนนโครงการประเมินสมรรถนะผู้เรียนระดับนานาชาติ หรือ พิซา 2029 และการพัฒนา Al Literacy โดยให้มีแนวทางเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มของอว. และจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.2569 นี้ อย่างไรก็ตามรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงโครงการดังกล่าวจะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

“ผมยืนยันพร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอแนะและการตรวจสอบจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทบทวนการดำเนินโครงการอย่างรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบการศึกษา ซึ่งการตัดสินใจทบทวนโครงการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงในการลดความซ้ำซ้อนด้านการบริหารจัดการ การบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน รวมถึงการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ทุกเม็ดเงินภาษีถูกใช้ไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำไปสู่การสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพและความเท่าเทียมอย่างแท้จริง” นายประเสริฐ กล่าว