เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 69 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริเวณย่านพหลโยธิน เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ หลังมีกระแสข่าวว่า สตง. ต้องชำระค่าเช่าที่ดินในวงเงินกว่า 700 ล้านบาท ทั้งที่โครงการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลง โดยมีรายละเอียด 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1.ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ กรอบวงเงินงบประมาณและการชำระค่าเช่า โดยวงเงินงบประมาณกว่า 700 ล้านบาทตามที่ปรากฏในข่าวนั้น เป็น “กรอบวงเงินงบประมาณผูกพันระยะยาว 15 ปี” (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560-2576) ไม่ใช่ยอดเงินที่ต้องชำระในคราวเดียว โดยที่ผ่านมา สตง. ได้ชำระค่าเช่าจริงตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569) เฉลี่ยปีละประมาณ 38 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามรายละเอียดในสัญญาเช่าที่ดิน และเป็นแนวทางปฏิบัติปกติเช่นเดียวกับส่วนราชการอื่น ๆ ที่เช่าพื้นที่ในบริเวณดังกล่าว

2. ความจำเป็นในการตั้งงบประมาณค่าเช่าปี พ.ศ. 2570 มีสาเหตุมาจากปัจจุบันสัญญาเช่าที่ดินระหว่าง สตง. กับ รฟท. ยังไม่มีการยกเลิกอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผู้รับจ้างก่อสร้างยังไม่ได้ส่งคืนพื้นที่ให้แก่ สตง. แม้ สตง. จะมีหนังสือแจ้งให้คืนพื้นที่มาโดยตลอด ส่งผลให้ สตง. ยังคงมีพันธะผูกพันทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามสัญญา การตั้งงบประมาณในส่วนนี้จึงเป็นการดำเนินการตามระเบียบเพื่อป้องกันมิให้หน่วยงานของรัฐเป็นฝ่ายผิดสัญญา

3. แนวทางการแก้ไขปัญหาและการบริหารจัดการพื้นที่ จากเหตุการณ์อาคารถล่ม สตง. ได้ดำเนินการบอกเลิกสัญญาจ้าง พร้อมเรียกค่าปรับและค่าเสียหายจากผู้รับจ้างไปแล้วตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประสานงานร่วมกับ รฟท. กรมธนารักษ์ และผู้รับจ้าง เพื่อหารือแนวทางการคืนพื้นที่ ตลอดจนการจัดการทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างที่ติดมากับพื้นที่

ทั้งนี้ สตง. ยืนยันว่าการดำเนินการตั้งงบประมาณและการแก้ไขปัญหาในทุกขั้นตอน ทำบนพื้นฐานของความจำเป็นทางกฎหมายและความโปร่งใส เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐเป็นสำคัญ