สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่ากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐออกแถลงการณ์ ขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนเพิ่มอีก 43 แห่ง ภายใต้กฎหมายป้องกันการใช้แรงงานบังคับชาวอุยกูร์ ( Uyghur Forced Labor Prevention Act – UFLPA ) โดยห้ามนำเข้าสินค้าจากบริษัทเหล่านี้ เนื่องจากเชื่อมโยงกับการใช้แรงงานบังคับชาวอุยกูร์ และชนกลุ่มน้อยในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์
รายชื่อรอบล่าสุดครอบคลุมบริษัทในอุตสาหกรรมคาปาซิเตอร์ ยา โลหะ ฝ้าย อาหาร และลิเทียม รวมถึงบริษัท ฮูหนาน อ้ายหัว กรุ๊ป หนึ่งในผู้ผลิตคาปาซิเตอร์รายใหญ่ของจีน และบริษัทฉาฉา ฟู้ด ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวที่ส่งออกไปเกือบ 50 ประเทศ
A spokesperson for the Chinese embassy in Washington condemned the US additions, calling forced-labour allegations “nothing but a lie”. Read more: https://t.co/dly8ei4LZ0#usa #china #blacklist pic.twitter.com/Go1aElXKBn
— South China Morning Post (@SCMPNews) July 31, 2026
การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มรายชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับมาตรการคว่ำบาตรภายใต้กฎหมายยูเอฟแอลพีเอ เป็นครั้งแรกในสมัยรัฐบาลวอชิงตันสมัยที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้จำนวนบริษัทในบัญชีดำเพิ่มจาก 144 แห่ง เป็นอย่างน้อย 187 แห่ง และเป็นการเพิ่มรายชื่อครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อปี 2564
นอกจากนี้ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มใช้กฎหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐได้ระงับการนำเข้าสินค้าที่ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับแล้วมากกว่า 24,300 รายการ มูลค่ารวมเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 33,524.98 ล้านบาท )
ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่า ไม่มีการใช้แรงงานบังคับในซินเจียง และกฎหมายจีนรับรองสิทธิแรงงานของทุกกลุ่มชาติพันธุ์.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



