จากกรณีที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ ขึ้นทะเบียนโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า การที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร นั้น ดำเนินการมา 5 รัฐบาลแล้ว ตั้งแต่ปี 62 

“วัดมีอายุมาประมาณ 1,500 ปี มีโบราณวัตถุรวม 32,000 ชิ้น ซึ่งเราจะต้องถ่ายภาพทั้ง 32,000 ชิ้น ส่งการบ้านให้กับองค์การยูเนสโกด้วย รวมถึงให้ข้อมูล เจ้าหน้าที่ขององค์การยูเนสโกที่เดินทางมาตรวจสอบที่ประเทศไทย การเอาอารยธรรมเก่าแก่ต่างๆ ของประเทศไทยขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น ทำได้ยากมาก”  

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้เตรียมผลักดัน 7 วัดสำคัญ (วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร วัดสวนดอกพระอารามหลวง วัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร) ร่วมกับคูเมืองและกำแพงเมืองเชียงใหม่ รวมเป็น 8 แหล่งวัฒนธรรม ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ได้ไปศึกษาว่า ประเทศที่มีการขอขึ้นทะเบียนมีลักษณะคล้ายแบบนี้ คือที่หลวงพระบาง สปป.ลาว ที่เชียงใหม่อยู่ในขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาตรวจสถานที่ในเร็วๆ นี้ ซึ่งเราต้องเตรียมข้อมูล และประสานกับชาวบ้าน 

“เรื่องนี้อาจมีบางคนอาจจะไม่ยินดีด้วย ซึ่งมองว่า ไม่ควรเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้ เราต้องมีวุฒิภาวะ อย่าเอาเรื่องความดีใจของคนไทยทั้งประเทศมาเป็นเรื่องการเมือง เราไม่ได้บอกว่าทำในยุคนี้แล้วจบยุคนี้ แต่ทำมา 5 รัฐบาลแล้ว ถ้าวันนี้ทำเรื่องสำคัญ ยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลก แล้วอีก 5-6 ปี คุณเป็นรัฐบาล จะปฏิเสธหรือไม่ เพราะเดินกันมาขนาดนี้ ต้องมีใจเป็นกลาง และมีหัวใจของความเป็นคนไทยด้วย อยากจะเตือนความคิดความอ่านของคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะถ้าหากได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ต่างประเทศอยากมาตามสถานที่ที่ขึ้นมรดกโลกมีที่ไหนบ้าง ซึ่งจะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาได้”