เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ถึงสถานการณ์อุทกภัยของประเทศไทยว่า ขณะนี้ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 2 จังหวัด ได้แก่ พะเยา และยโสธร ถือเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีส้ม) แม้ฝนโดยรวมจะลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมขังจากฝนสะสม โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ ได้แก่ ภาคเหนือ อีสานตอนบน ภาคตะวันออก และจังหวัดระนอง ทั้งนี้ ได้ประเมินและคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์จากพยากรณ์อากาศพบว่า ในช่วงวันที่ 1-3 ส.ค. 2569 ความเสี่ยงจะทรงตัวหรือลดลงชั่วคราว แต่พื้นที่ภูเขายังคงต้องระวังดินอิ่มน้ำ ช่วงวันที่ 4-6 ส.ค. 2569 ฝนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะบริเวณภาคอีสานตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประกอบกับช่วงวันที่ 3-6 ส.ค. 2569 ทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ทำให้มีความเสี่ยงต่อระบบสาธารณสุข ทั้งตัวสถานพยาบาล เส้นทางของหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและการส่งต่อ (EMS/Refer) และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีสถานพยาบาลต้องหยุดให้บริการ หรือระบบไฟฟ้า น้ำ และออกซิเจนขัดข้อง รวมถึงยังไม่มีการขอรับการสนับสนุนจากส่วนกลาง
นพ.สมฤกษ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้ป่วยทุกคน และได้กำชับให้ทุกจังหวัดและเขตสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเตรียมความพร้อมรับมือ ดังนี้ 1.ยืนยันความพร้อมสถานบริการ เส้นทางบริการการแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ทั้งสายหลักและสายสำรอง รวมถึงระบบไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง น้ำ ออกซิเจน ยา เลือด และเวชภัณฑ์ ให้เพียงพออย่างน้อย 72 ชั่วโมง 2.ยกระดับการเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3-4 ส.ค. นี้ พร้อมทบทวนแผนสำรองบริการสำคัญ การส่งต่อผู้ป่วย ทีมควบคุมโรค ทีมอนามัยสิ่งแวดล้อม และทีมสุขภาพจิต
และ 3.ติดตามและดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ป่วยฟอกไต ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ใช้ออกซิเจน หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยที่ต้องรับยาต่อเนื่อง โดยล่าสุดแต่ละพื้นที่เสี่ยงได้เริ่มดำเนินการแล้ว ได้แก่ พะเยาและยโสธร ได้ติดตามสถานการณ์สถานบริการ กลุ่มเปราะบาง และการเข้าถึงชุมชนที่ถูกน้ำท่วม, พื้นที่ภูเขาภาคเหนือ ได้เฝ้าระวังความเสี่ยงถนนขาด ดินถล่ม และเส้นทาง EMS/Refer ที่อาจล่าช้าหรือถูกตัดขาดฉับพลัน, จันทบุรี ตราด และระนอง ได้เฝ้าระวังสถานบริการที่ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขา รวมถึงเส้นทางส่งต่อผู้ป่วยข้ามอำเภอ ขณะที่อีสานตอนบนได้เฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยฟอกไต ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ใช้ออกซิเจน และผู้ที่ต้องรับยาต่อเนื่อง.



