สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่า เนื่องจากติดต่อพ่อแม่ไม่ได้ น.ส.โทโมโกะ ทาคาโอกะ พนักงานโรงงานวัย 31 ปี จึงเดินทางไปที่ศูนย์อพยพใกล้เคียง แต่ก็ต้องพบว่าสุนัขพันธุ์ชิวาวา “คุ” และสุนัขพันธุ์ผสมชิวาวา-พูเดิล “เชรี” ของเธอ ไม่ได้รับการต้อนรับ

เมื่อต้องเลือกระหว่างหลบภัยโดยไม่มีพวกมัน หรืออยู่ด้วยกัน ทาคาโอกะเลือกอย่างหลัง ด้วยการใช้เวลาคืนแรกที่ร้อนอบอ้าวอยู่ในรถกับครอบครัวสุนัขของเธอ

ในเวลาต่อมา โพสต์ในโซเชียลมีเดียได้นำเธอไปที่โรงพยาบาลสัตว์ริวโนสุเกะ ในตัวเมืองคุมาโมโตะ ซึ่งได้ดัดแปลงห้องเรียนในโรงเรียนฝึกอบรมพยาบาลสัตว์ ให้เป็นที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัย โดยมีห้องแยกสำหรับเจ้าของแมวและสุนัข

นายเรียวโนสุเกะ โทคุดะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า ในช่วงภัยพิบัติ เป็นเรื่องปกติที่สุนัขและแมวจะอยู่กับครอบครัวของพวกมัน แต่คนที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงอาจไม่ต้องการอยู่ด้วย เนื่องจากพวกเขากังวลเรื่องหมัด กลิ่น ภูมิแพ้ และเสียงดัง ทำให้สัตว์เลี้ยงมักถูกมองในแง่ลบ และศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยหลายแห่ง จึงไม่อนุญาตให้คนและสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วยกัน

โรงพยาบาลแห่งนี้ได้เรียนรู้บทเรียนนั้นอย่างยากลำบาก หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่คุมาโมโตะ เมื่อปี 2559 โดยนับตั้งแต่นั้นมา โรงพยาบาลจึงให้ความสำคัญกับการต้อนรับผู้ประสบภัยและสัตว์เลี้ยง ในทุก ๆ ครั้งที่เกิดภัยพิบัติ

ทาคาโอกะอุ้มคุและเชรีไว้ในเต็นท์ที่ตั้งขึ้นที่โรงพยาบาล โดยเธอเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัย 26 คน และสัตว์เลี้ยงของพวกเขา ที่พักพิงอยู่ที่นั่นเมื่อต้นสัปดาห์นี้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS