สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ว่า กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ประเมินสถานการณ์การผละงานของประชาชน ตามเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อร่วมประท้วงต่อต้านร่างนโยบายปฏิรูประบบบำนาญของฝรั่งเศส ที่ทำให้ “ช่วงเวลาของวัยแรงงานยาวนานขึ้น” ว่ามีผู้เข้าร่วมประมาณ 1.1 ล้านคน มากกว่าการผละงานประท้วง ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อปลายปี 2562


อนึ่ง การประท้วงเมื่อ 3 ปีก่อน บรรเทาลง เมื่อประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ยอมชะลอแผนการดังกล่าว และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เกิดการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ซึ่งกลายเป็นการระงับการประท้วงไปด้วยโดยปริยาย


ทั้งนี้ บรรยากาศของการประท้วงรอบล่าสุด บานปลายเป็นความรุนแรงในหลายพื้นที่ ตามความคาดหมายของทุกฝ่าย โดยเฉพาะในกรุงปารีส ซึ่งตำรวจควบคุมฝูงชนยิงแก๊สน้ำตาเป็นระยะ เพื่อควบคุมสถานการณ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และมีการจับกุมผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น ขณะที่บรรดาสหภาพแรงงานฝ่ายซ้ายซึ่งเป็นแกนนำจัดการประท้วง ประกาศกำหนดการเดินขบวนครั้งใหม่ ในวันที่ 31 ม.ค.นี้


ด้านกระทรวงแรงงานฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลไม่เคยมีเจตนา “ยืนคนละฝั่งหรือต่อสู้กับประชาชน” แผนการนี้เป็นความพยายามยกระดับความเท่าเทียม และเพื่อการันตีสิทธิขั้นพื้นฐานด้านแรงงานที่ครอบคลุมให้กับทุกอาชีพ คือการที่บุคคลซึ่งเกิดก่อนปี 2518 สามารถเกษียณอายุได้ที่ 62 ปี


อย่างไรก็ตาม บุคคลซึ่งเกิดหลังจากนั้นจะต้องอยู่ภายใต้เพดานการเกษียณอายุใหม่ คือ 64 ปี เพื่อให้ได้รับสวัสดิการหลังเกษียณอายุแบบเต็มจำนวน ทั้งนี้ทั้งนั้น เงินบำนาญขั้นต่ำจะเพิ่มขึ้นจาก 1,000 ยูโรต่อเดือน ( ราว 35,624 บาท ) เป็นเดือนละ 1,200 ยูโร ( ราว 42,748.80 บาท ) ครอบคลุมระยะเวลา 43 ปี ร่างนโยบายดังกล่าวจะช่วยเพิ่มวงเงินสมทบบำนาญประจำปีเพิ่มขึ้นอีก 17,700 ล้านยูโร ( ราว 630,629.19 ล้านบาท ) และอุดหนุนให้ระบบบำนาญเท่าทุนภายในปี 2570


อนึ่ง ฝรั่งเศสเคยเกิดการผละงานประท้วง เพื่อต่อต้านแนวทางปฏิรูปสังคมและเศรษฐกิจของรัฐบาลมาแล้วหลายครั้ง หนึ่งในนั้นย้อนกลับไปเมื่อช่วงฤดูหนาวปี 2538 ซึ่งสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานเกือบ 1 เดือน ก่อนยุติด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอแลง จุปเป และรัฐบาลยอมยกเลิกแผนการทั้งหมด “อย่างถาวร”.

เครดิตภาพ : REUTERS