สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาโดยตรงระหว่างคณะผู้แทนของอิสราเอลกับเลบานอน ที่กรุงวอชิงตัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2536 ที่อิสราเอลกับเลบานอนเจรจากันโดยตรง
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับผลการหารือครั้งนี้ว่า อิสราเอลและเลบานอนเห็นพ้อง ที่จะดำเนินการเจรจาโดยตรงต่อไป “ในเวลาและสถานที่ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน” ขณะเดียวกัน สหรัฐมีความหวังว่า การเจรจาจะก้าวข้ามขอบเขตของข้อตกลงเมื่อปี 2567 และนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน แถลงการณ์เน้นย้ำว่า ข้อตกลงใดก็ตามเพื่อยุติการสู้รบในเลบานอน ต้องเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลของทั้งอิสราเอลกับเลบานอน โดยมีรัฐบาลวอชิงตันเป็นคนกลาง และ “ต้องไม่ผ่านช่องทางอื่นที่แยกส่วนกันอย่างเด็ดขาด”
ด้านแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศเลบานอนระบุถึง “ความจำเป็นเร่งด่วน” ในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือน พ.ย. 2567 อย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นย้ำถึงหลักบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของรัฐ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการหยุดยิงและมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาวิกฤติมนุษยธรรมครั้งรุนแรงในเลบานอน
Israel Ambassador to the U.S.:
— Open Source Intel (@Osint613) April 14, 2026
“We certainly don’t want the French anywhere near these negotiations; we’d like to keep them as far away as possible from pretty much everything, particularly peace negotiations.” pic.twitter.com/yMYnJ7VcQx
ขณะที่นายเยชิล ไลเทอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวถึงการหารือครั้งนี้ ซึ่งเป็นการพบกับนางนาดา ฮามาเดห์ เอกอัครราชทูตเลบานอนประจำกรุงวอชิงตัน ว่าเป็น “การแลกเปลี่ยนความเห็นที่ยอดเยี่ยมตลอด 2 ชั่วโมง” และยืนยันว่า เลบานอนกับอิสราเอล “อยู่ข้างเดียวกัน” ในประเด็นกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
อย่างไรก็ตาม เอกอัครราชทูตอิสราเอลปฏิเสธที่จะให้คำมั่น เรื่องการหยุดยิงในเขตทางใต้ของเลบานอน โดยให้เหตุผลว่า “เพราะกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงยิงจรวดใส่เราเช่นกัน”.
เครดิตภาพ : AFP



