กรณี เด็กชายประวิทย์ อนุพรม หรือน้องต้นกล้า อายุ 11 ขวบ ชุมชนบ้านดอนกลางหมู่ 7 เขตเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เสียชีวิตจากการถูกกระแสไฟฟ้าดูด บริเวณข้างเวทีหมอลำซิ่ง ในงานสงกรานต์ “ถนนกาละแม” อ.ธาตุพนม โดยตั้งเวทีอยู่หน้าสวนเฉลิมพระเกียรติฯ หรือสวนศรีโคตรบูร ใกล้กับตลาดโต้รุ่ง เมื่อคืนวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
พ่อแม่แทบขาดใจ! “น้องต้นกล้า” วัย 11 ขวบ ถูกไฟดูดดับข้างเวทีหมอลำ ตร.เร่งหาคนรับผิดชอบ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คืนวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศพน้องต้นกล้า ยังตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่ศาลารวมใจบ้านดอนกลาง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เนื่องจากนายยงยุทธ อนุพรม อายุ 58 ปี และนางอรดี ศรีนอ หรือก้อย อายุ 42 ปี พ่อแม่ของน้องต้นกล้า มีลูก 2 คน แต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้า เพราะเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ได้สูญเสียลูกสาวคนโตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ในขณะอายุได้ 11 ขวบ พอมาถึงปี 69 หรือเพียงปีเศษๆ น้องต้นกล้าก็มาเสียชีวิตในวัยเดียวกันไปอีกคน ทำให้ครอบครัวนี้ไม่มีทายาทสืบสกุลเหลืออยู่เลย

ซึ่งกำหนดการฌาปนกิจร่างน้องต้นกล้า เบื้องต้นพ่อแม่จะเผาในวันนี้ (20 เมษายน) ณ เมรุวัดพระธาตุพนมฯ แต่เกิดความไม่มั่นใจในเรื่องคดี เพราะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คณะหมอลำที่เป็นต้นเรื่องทำให้น้องถูกไฟดูดเสียชีวิต ไม่เคยมาเสียความเสียใจแม้แต่คนเดียว นางก้อย จึงโทรศัพท์สอบถามนายขจรศักดิ์ นิตชิน นายกเทศมนตรี หากไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ก็ต้องขอเลื่อนพิธีฌาปนกิจน้องไปก่อน
นอกจากนี้นางก้อย ยังเล่าว่า ตอนที่น้องมีชีวิตอยู่ จะนอนกอดแม่ทุกคืน ตั้งแต่บำเพ็ญกุศลศพน้องที่ศาลา ตนก็นอนข้างโลงทุกคืน และคืนนี้ก็จะเป็นคืนสุดท้ายที่ได้นอนใกล้ลูกชาย พรุ่งนี้ (20 เม.ย.) ร่างก็จะสูญสลายแล้ว อีกอย่างสุนัขเพศเมียชื่อข้าวจ้าวอายุ 2 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นกับน้องต้นกล้า ไปไหนมาไหนก็มักจะไปด้วยกัน แม้แต่น้องบวชสามเณรภาคฤดูร้อน สุนัขตัวนี้ก็ตามไปนอนเฝ้าถึงหน้ากุฏิพระ เมื่อน้องจากไปเหมือนเขารู้ ก็มานอนเฝ้าหน้าโลงทุกคืนเช่นกัน

ทางด้านคดีพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ยังไม่ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เช่น เทศบาล เจ้าของคณะหมอลำ ว่าความประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตอยู่ที่ใคร โดยในเบื้องต้นเทศบาลตำบลธาตุพนม แสดงความจริงใจต่อการสูญเสียไปแล้ว ยกเว้นคณะหมอลำ ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงวันเผาก็ยังเงียบ



