สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ว่า พล.ร.อ.ร็อบ เบาเออร์ ประธานคณะเสนาธิการทหารขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เกี่ยวกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2565 ว่าไม่ว่าผลของการสู้รบจะออกมาในรูปแบบใด รัสเซียยังคงถือเป็น “ภัยคุกคามระดับร้ายแรง” สำหรับนาโต
Over the last 2 days, #NATOCHoDs have looked at #NATO’s current #DeterandDefend posture + future requirements, and evaluated ongoing missions.
— Admiral Rob Bauer (@CMC_NATO) January 19, 2023
Important work to be done ahead of the #NATOSummit in Vilnius.
Full details about the meeting: https://t.co/jOfaf3BvTu pic.twitter.com/AuKCXGtD0c
พล.อ.เบาเออร์ กล่าวต่อไปว่า นับตั้งแต่สงครามปะทุ รัสเซียถอดบทเรียนจากการสู้รบตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นาโตต้องประเมินอย่างใกล้ชิดเช่นกันว่า รัสเซียจะใช้เวลาในเรื่องนี้อีกนานเพียงใด
ถ้อยแถลงดังกล่าวของ พล.อ.เบาเออร์ ซึ่งถือเป็นผู้นำสูงสุดของฝ่ายทหารในนาโต เกิดขึ้นภายในเวลาไม่นาน หลังนายดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีของรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า ความปราชัยของรัสเซียในการทำสงครามกับยูเครน “อาจเป็นชนวนเหตุ” กระตุ้นให้เกิดสงครามนิวเคลียร์
ขณะที่ นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ชี้แจงคำกล่าวของเมดเวเดฟ “ไม่ใช่การยกระดับความตึงเครียดของสงคราม” แต่เป็นการให้ความเห็น “อย่างสอดคล้อง” กับ “หลักการด้านการใช้อาวุธนิวเคลียร์” ของรัฐบาลมอสโก นั่นคือ “การใช้อาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียจะเกิดขึ้น เมื่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐถูกข่มขู่คุกคามก่อน ด้วยอาวุธตามแบบ”.
เครดิตภาพ : REUTERS



