สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า นายอีลอน มัสก์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทเทสลา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ระดับโลกของสหรัฐ ให้การต่อศาลรัฐบาลกลาง ในเมืองซานฟรานซิสโก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 มัสก์ทวีตข้อความ เกี่ยวกับแผนการนำเทสลาออกจากตลาดหลักทรัพย์ ด้วยวิธีการซื้อหุ้นคืน ในราคาหุ้นละ 420 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,708.80 บาท) และกล่าวด้วยว่า “มีแหล่งเงินทุนพร้อมแล้ว” ซึ่งแน่นอนว่า การทวีตดังกล่าวของมัสก์ ส่งผลให้ราคาหุ้นของเทสลาพุ่งทะยาน แต่หลังจากนั้น มัสก์กลับเปลี่ยนใจ ด้วยการประกาศว่า “เทสลาจะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป” คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (เอสอีซี) จึงมองว่า “เข้าข่ายเป็นเจตนาปั่นหุ้น” และฉ้อโกงหลักทรัพย์

ภาพสเกตช์จากศาลรัฐบาลกลาง ในเมืองซานฟรานซิสโก ระหว่างที่นายอีลอน มัสก์ ให้การต่อผู้พิพากษาและคณะลูกขุน


ทั้งนี้ มัสก์ให้การต่อศาลว่า ทวิตเตอร์ ซึ่งเขาซื้อเทคโอเวอร์กิจการเพื่อเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว “คือแพลตฟอร์มเป็นประชาธิปไตยที่สุดในการสื่อสาร” อย่างไรก็ตาม “ใช่ว่าการทวีตของเขาทุกครั้งต้องมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นเทสลาเสมอไป”


อนึ่ง คดีดังกล่าว ถือเป็นการฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่มโดยกลุ่มถือหุ้นของเทสลา ที่กล่าวหามัสก์ “เจตนาโกหก” ผ่านการทวีตครั้งนั้น ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล ขณะที่ศาลกำหนดวันไต่สวนครั้งต่อไป ในวันจันทร์ที่ 23 ม.ค. นี้ ที่มัสก์มีกำหนดให้การต่อศาล เกี่ยวกับการที่เจ้าตัวเคย “อ้างถึงนักลงทุนชาวซาอุดีอาระเบียคนหนึ่ง” ซึ่งสนับสนุนการถอนตัวออกจากตลาดหลักทรัพย์ของเทสลา ทว่าท้ายที่สุด “กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น” และมัสก์อาจต้องชี้แจงอีก ในประเด็นที่ว่า การทวีตของตัวเองทั้งหมด เป็นการชักนำให้เกิดการเข้าใจผิด.

เครดิตภาพ : REUTERS