สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ว่า การมีระบบการศึกษาและอาชีวศึกษาที่มั่นคง คือสิ่งที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของเยอรมนี ซึ่งต้องอาศัยแรงงานที่มีทักษะ เพื่อสนับสนุนบริการและผลิตภัณฑ์ชั้นสูงต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม งานศึกษาของไอดับเบิลยู ระบุว่า เยอรมนีกำลังตามหลังอยู่ในระดับหนึ่ง จากการขยายตัวของการศึกษาที่เกิดขึ้นทั่วสหภาพยุโรป (อียู) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

สำหรับอียู สัดส่วนของแรงงานอายุระหว่าง 25-64 ปี ที่ไม่มีวุฒิการศึกษาระดับอาชีวศึกษาหรืออุดมศึกษา ลดลงจาก 27% เป็น 20.7% เมื่อปี 2554 เนื่องจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการศึกษาในยุโรปตอนใต้ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนดังกล่าวในเยอรมนีเพิ่มเล็กน้อยเป็น 15.2% ในปี 2564 จากเดิมที่ 13.4% เมื่อ 10 ปีก่อน

ในบรรดามืออาชีพรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 25-34 ปี สัดส่วนของของผู้ที่มีวุฒิการศึกษาระดับอุดมศึกษาในเยอรมนีอยู่ที่ 35.7% ซึ่งนับว่าต่ำอย่างมาก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 41.2% ในอียู แม้หากรวมเข้ากับผู้ที่มีวุฒิอาชีวศึกษาในประเทศ จะทำให้มีสัดส่วนผู้ประกอบวิชาชีพที่มีการศึกษาสูงกว่าอียูก็ตาม

“เนื่องด้วยความต้องการพนักงานที่เปลี่ยนไป ในบริบทของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล, การลดการปล่อยคาร์บอน และการทวนกระแสโลกาภิวัตน์ มันจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเยอรมนีและยุโรป ที่ประชากรวัยทำงานต้องมีระดับวุฒิการศึกษาสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นได้” ไอดับเบิลยู ระบุ

นอกจากนี้ ไอดับเบิลยูกล่าวเสริมว่า รัฐบาลควรสร้างความมั่นใจผ่านการช่วยเหลือที่เข้มข้นและรวดเร็ว ว่าเด็กทุกคนในประเทศสามารถได้รับวุฒิการศึกษาทางวิชาชีพได้.

เครดิตภาพ : REUTERS