สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ว่า การฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่มโดยกลุ่มชนพื้นเมือง 325 กลุ่ม สิ้นสุดด้วยการตกลงชำระเงินประมาณ 2,800 ล้านดอลลาร์แคนาดา ซึ่งจะถูกนำไปไว้ในกองทุนทรัสต์ที่ไม่ขึ้นกับรัฐบาล
ทั้งนี้ รัฐบาลออตตาวาแถลงว่า เงินดังกล่าวจะถูกใช้เพื่อฟื้นฟูการศึกษา, วัฒนธรรม และภาษาของชนพื้นเมือง เพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิตในการรักษา และการเชื่อมต่อกับมรดกของพวกเขาอีกครั้ง
Canada's Trudeau govt agrees to settle a class-action lawsuit for $2.9B over the destruction of language and culture caused by the Indian residential school system pic.twitter.com/a1aKMgoN4a
— TRT World Now (@TRTWorldNow) January 22, 2023
รัฐบาลแคนาดาส่งเด็กประมาณ 150,000 คน เข้าโรงเรียนประจำ 139 แห่ง ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 1800 ถึงช่วงทศวรรษที่ 1990 ซึ่งสถาบันหลายแห่งดำเนินการโดยคริสตจักรคาทอลิก และในช่วงเวลานั้น เด็กพื้นเมืองถูกตัดขาดจากครอบครัว, ภาษา และวัฒนธรรมของพวกเขา
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กพื้นเมืองจำนวนมากยังถูกล่วงละเมิดทางร่างกายและทางเพศ อีกทั้งมีการเชื่อว่า เด็กหลายพันคนเสียชีวิตเพราะโรคภัยไข้เจ็บ, ภาวะทุพโภชนาการ หรือการถูกทอดทิ้ง
‘I humbly beg forgiveness for the evil committed by so many Christians against the indigenous peoples’: Pope Francis apologized to Canada's native people on their land for the Church's role in residential schools where indigenous children were abused https://t.co/oKxhxjEuA4 pic.twitter.com/3jasX72Iy1
— Reuters (@Reuters) July 25, 2022
“แคนาดาใช้เวลานานเกินไปในการยอมรับประวัติศาสตร์, การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ก่อขึ้น และตระหนักถึงความเสียหายโดยรวมต่อประเทศของเรา อันเกิดมาจากโรงเรียนประจำ” นายแกร์รี เฟสชุก ผู้นำชนพื้นเมือง และโจทก์ในคดีความ กล่าว
เมื่อปี 2558 คณะกรรมการสอบสวนแห่งชาติของแคนาดา เรียกระบบโรงเรียนประจำว่า เป็น “การฆ่าล้างทางวัฒธรรม” ขณะที่ชาวแคนาดาหลายร้อยคนออกมาประท้วง และเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างอิสระกับ “โรงเรียนประจำ” ซึ่งเด็กพื้นเมืองจำนวนมากถูกบังคับให้เข้าเรียน.
เครดิตภาพ : REUTERS



