เมื่อวันที่ 24 ม.ค. นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามนโยบายการศึกษาตามข้อสั่งการของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ที่โรงเรียนบ้านน้ำเพียงดิน ห้องเรียนบ้านห้วยปูแกง และโรงเรียนสังวาลวิทย์ จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อเร็วๆนี้นั้น ตนได้พบการบริหารจัดการศึกษาของพื้นที่ดังกล่าวทำงานได้อย่างดีเยี่ยมตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งพื้นที่มีการวางแผนการขับเคลื่อนด้วยการใช้บทบาทภูมิสังคมและนิเวศการเรียนรู้ในการพัฒนาผู้เรียนและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาจากคนในชุมชนและพื้นที่ แม้การเดินทางของครูและนักเรียนจะยากลำบากแต่ชุมชนพร้อมสนับสนุน เพื่อให้บุตรหลานของคนในชุมชนนั้นมีคุณภาพการศึกษาที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น การจัดหาไฟฟ้า การจัดอาหารกลางวันนักเรียน เป็นต้น เพราะในพื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร้อยละ 90 และที่สำคัญตนยังพบว่ารูปแบบการพัฒนาการศึกษาจากถภูมิสังคมของคนในชุมชนทำให้ค่ารายงานการประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับประถมศึกษาด้านการอ่านออกเขียนได้นั้นสูงขึ้นจากเดิม 17 % เป็น 98%


ปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ตนยังพบโมเดลแม่สะเรียง ซึ่งโมเดลดังกล่าวชุมชนให้ครูช่วยจัดทำแผนผังหมู่บ้านทั้งหมดตั้งแต่อายุแรกเกิดจนถึงสูงอายุในมิติภาคสังคม โดยแผนที่ดังกล่าวจะระบุว่า หมู่บ้านนั้นๆมีคนอาศัยอยู่กี่คน แต่ละครอบครัวมีการประกอบอาชีพอะไร หรือต้องการอยากจะประกอบอาชีพใดมากที่สุด รวมถึงครอบครัวไหนมีความต้องการด้านการศึกษาบ้าง เช่น บางครอบครัวต้องการทำโฮมสเตย์แต่ขาดคความรู้ด้านโฮมสเตย์ ซึ่งก็จะมีศูนย์การศึกษากศน.ในพื้นที่เข้าไปช่วยเติมความรู้ให้ เป็นต้น โดยโมเดลนี้จะทำแผนผังระบุข้อมูลคนในชุมชนไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นตนมองว่าโมเดลแม่สะเรียงเป็นโมเดลหนึ่งที่น่าสนใจ รวมถึงการนำการเรียนการสอน Active Learning เข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ดีอีกด้วย อย่างไรก็ตามตนได้นำโมเดลแม่สะเรียงรายงานให้รมว.ศึกษาธิการ รับทราบแล้ว และรมว.ศึกษาธิการ มีความสนใจ เพราะโมเดลดังกล่าวสามารถลดปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง ซึ่งเท่าที่ทราบในสัปดาห์หน้าที่ รมว.ศึกษาธิการ จะลงพื้นที่ภาคอีสานและจะทำโมเดลแม่สะเรียงไปขยายผลต่อยอดใช้กับพื้นที่ดังกล่าวด้วย