สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (เอ็นบีเอส) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 1.0% เมื่อเดือน มิ.ย. เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.1% และชะลอลงจาก 1.2% ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา


ขณะที่ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน เพิ่มขึ้น 1.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ลดลงเล็กน้อยจาก 1.1% เมื่อเดือน พ.ค. ส่วนราคาอาหารลดลง 1.6% เมื่อเทียบรายปี หลังจากลดลง 1.7% ในเดือนก่อนหน้า


ด้านดัชนีราคาผู้ผลิต (พีพีไอ) เพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ และสูงกว่าอัตรา 3.9% ในเดือน พ.ค. ถือเป็นการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565 อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับสถิติของเดือน เม.ย. ถือว่า พีพีไอลง 0.3%


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ดัชนีราคาผู้ผลิตของจีนลดลง 3.6% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ถือเป็นการหดตัวรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงกระจายไปทั่วระบบเศรษฐกิจ


นอกจากต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น จากปัญหาห่วงโซ่อุปทานอันเป็นผลจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านแล้ว ราคาสินค้าค้าส่งยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการกำลังประมวลผลด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาอุปกรณ์เทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวสูงขึ้น


นักลงทุนจำนวนมากมองว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่รูปแบบการเติบโตแบบ “สองความเร็ว” ซึ่งภาคการส่งออกยังคงแข็งแกร่ง แต่การบริโภคภายในประเทศและตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังอ่อนแอ และแนวโน้มดังกล่าวอาจกลายเป็นลักษณะสำคัญของเศรษฐกิจจีนในระยะยาว.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS