เรียกว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลขณะนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ส.ค. แฟนเพจ Tensia ที่ให้ความรู้ด้านการแพทย์ ได้ออกมาอธิบายถึงสัญญาณเตือน คราบไขมันพอกผนังหลอดเลือดแดงที่ขา เดินแล้วปวดน่อง พัก 2-5 นาทีหาย แต่เสี่ยงเนื้อเยื่อตายหากปล่อยไว้ พร้อมระบุว่า “อยากให้ขาอยู่กับเรายันแก่เฒ่า หลอดเลือดขาไม่ตีบจนเดินไม่ได้ ต้องใช้ขาค่ะ มาออกกำลังกายกันนะคะ คราบไขมันมันไม่ได้ตีบแค่หลอดเลือดหัวใจกับสมองค่ะ มันมีโรคหลืบโรคนอกกระแส แต่จริงๆ พบบ่อยมาก คนเป็นหนักขาดเลือดจนดำ ตัดขาได้เลย โรคนั้นก็คือ คราบไขมันพอกผนังหลอดเลือดแดงที่ขาค่ะ (Peripheral arterial disease: PAD) กลไกเหมือนกับหลอดเลือดหัวใจ/สมองตีบเป๊ะเลยค่ะ คือ ต้นเรื่องของการตีบ เริ่มจาก LDL เล็ดเข้าไปในผนังหลอดเลือด เจอสารอนุมูลอิสระทำร้าย กลายเป็น oxLDL และ oxLDL ตัวประหลาดนี้ ดึงเม็ดเลือดขาวเข้ามา เม็ดเลือดขาววิ่งไปจับกินทันที แต่เรื่องไม่จบ เพราะคอเลสเตอรอลย่อยไม่ได้ กินเรื่อยๆ จนบวม แตก คอเลสเตอรอลทะลักออกมา พอกผนัง กระตุ้นการอักเสบ ดึงเม็ดเลือดขาวเข้ามาอีก เกิดเป็น วงจร “กิน-ตๅย-พอก” ซ้ำๆ หลายปี โดยที่ไม่มีอาการอะไรเลย”


“จนกระทั่งคราบพอกมากขึ้น ช่องหลอดเลือดแคบลงจนถึงจุดวิกฤติ เลือดไปเลี้ยงขาเริ่มไม่พอ ออกอาการตอนใช้งาน คือ ปวดน่อง/ต้นขา/ก้นเวลาเดิน (Claudication) ปวดซ้ำที่เดิม เดินได้นิดเดียวก็เริ่มปวด หยุดพักแค่ 2-5 นาทีหายเป็นปลิดทิ้ง ลักษณะเฉพาะ คือ ปวดซ้ำที่เดิม เดินได้นิดเดียวก็เริ่มปวด หยุดพักแค่ 2-5 นาทีหายเป็นปลิดทิ้ง ต่างจากปวดเมื่อยเวลาเดินเยอะๆ ที่ต้องเดินเยอะจริง และต้องพักนานค่ะ ถ้าหนักขึ้น ขาเย็น ซีด ขนปลายขาร่วง เล็บบาง ชา อ่อนแรง ถ้าเกิดลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลัน จะปวดมากทันที ซีด-เย็นพักก็ไม่ดีขึ้น ถ้าไม่รีบรักษา เนื้อเยื่อตายและอาจต้องตัดขาได้ค่ะ”

นอกจากนี้ “หลายคนคิดว่าโรคนี้เป็นเรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วพฤติกรรมที่ทำร้ายหลอดเลือดสามารถสะสมมาตั้งแต่วัยทำงานได้เลยค่ะ ดังนั้นยิ่งเริ่มดูแลตัวเองเร็วเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษาหลอดเลือดให้แข็งแรงไปได้นานขึ้นเท่านั้น”
อีกทั้ง อะไรเร่งให้การพอกนี้เร็วขึ้นอย่างทวีคูณ?
1. LDL สูง
-โดยเฉพาะตัว oxLDL และตัวจิ๋วอย่าง sdLDL เพราะเพิ่มตัวที่แทรกเข้าไปในผนัง
2. ทุกสาเหตุที่ทำให้อักเสบเรื้อรังและอนุมูลอิสระคั่ง ดังนี้
-น้ำหนักเกิน : เพราะเซลล์ไขมันหลั่งสารอักเสบ
-ภาวะดื้ออินซูลิน/เบาหวาน : เพราะทำให้น้ำตาลสูงลอย
-ความดันสูง : เพราะทำร้ายหลอดเลือด
-สูบบุหรี่ และ ดื่มแอลกอฮอล์
-PM2.5
1. ต่อผนังหลอดเลือด
-เพิ่มก๊าซ NO ต่อมา ผนังหลอดเลือดแข็งแรง ไม่อักเสบง่าย
-NO ช่วยหลอดเลือดคลายตัว ลดการเฉือน ลดความเสียหาย
-ลดการยึดเกาะของเกล็ดเลือด ลดโอกาสเกิดลิ่มเลือด
2.ต่อไขมันในผนังหลอดเลือด
-เพิ่ม HDL โกยคอเลสเตอรอลออกจากผนังกลับตับ
-ลดการเปลี่ยน LDL ต่อมา oxLDL
-ลดจำนวน macrophage ที่กำลังเข้าสู่วงจร “กิน-ตาย-พอก”
3.ต่อการอักเสบ
-เพิ่มเม็ดเลือดขาว Treg ต่อมา หลั่ง IL-10 ต้านอักเสบ
-ลดสารอักเสบจากไขมันในช่องท้อง
-เพิ่มระบบต้านอนุมูลอิสระ
4.ต่อเรื่องน้ำตาลและอินซูลิน
-กล้ามเนื้อ-ตับ ลดภาวะดื้ออินซูลิน ต่อมา น้ำตาลไม่สูงลอย
-ไม่มีน้ำตาลสูงเรื้อรัง ต่อมา ไม่สร้างพิษต่อหลอดเลือด
-ลดการส่งออกคอเลสเตอรอลจากตับ (ลด VLDL)
5.ต่อขาโดยตรง
-เพิ่มการสร้างหลอดเลือดใหม่
ทั้งนี้ “แต่ออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว อาจไม่เวิร์กมาก ต้องร่วมกันปรับพฤติกรรมทุกอย่างไปด้วยกัน ปรับเถอะค่ะ เพื่อขาของเราในอนาคต โดยเฉพาะออกกำลังกาย ทำวันนี้ได้เลย ลองนึกภาพวันที่เราแย่แค่ไหน แต่ก็ยังใช้ขาเดินไปได้ โดยไม่ต้องพึ่งใคร แล้วเราจะย้อนกลับมาขอบคุณตัวเราในวันนี้ค่ะ”
ขอบคุณข้อมูลจาก : Tensia



