เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ชุมชนจ่าพยนต์ หมู่ 13 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านถึงความยากลำบากในการเดินทาง เนื่องจากชุมชนดังกล่าวเป็นพื้นที่ติดคลองลำรี ไม่มีถนนเชื่อมต่อ ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเข้าออกเพียงอย่างเดียว
ภายในชุมชนมีบ้านพักอาศัยประมาณ 5 หลังคาเรือน ลักษณะคล้ายพื้นที่ถูกตัดขาดจากภายนอก โดยเฉพาะช่วงน้ำลง ระดับน้ำในคลองลดต่ำจนเหลือเพียงโคลน ทำให้เรือไม่สามารถสัญจรได้ ชาวบ้านต้องรอจนกว่าน้ำจะขึ้นจึงจะสามารถเดินทางออกจากบ้านได้ ส่งผลกระทบทั้งการเดินทางไปทำงาน การไปโรงเรียน และการเข้ารับการรักษาพยาบาล
นายเสนาะ เรืองพจน์ อายุ 58 ปี ชาวบ้านในชุมชน เล่าว่า ตนอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 19/1 มานานหลายสิบปี พื้นที่แห่งนี้เป็นบ้านติดคลอง มีสภาพเหมือนอยู่บนเกาะ เพราะไม่มีถนนเข้าออก ลูกหลานไปโรงเรียนหรือคนในครอบครัวเดินทางไปทำงานเป็นไปด้วยความลำบาก

นายเสนาะ กล่าวว่า ในบางวันที่น้ำลง เรือไม่สามารถออกจากบ้านได้ ต้องรอให้น้ำขึ้นก่อนจึงจะเดินทางได้ หากมีอาการเจ็บป่วยก็เป็นเรื่องยากในการไปพบแพทย์ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ เช่น ทำคันดินหรือทางสัญจร เพื่อให้รถจักรยานยนต์สามารถเข้าออกได้
“ถ้าทำเป็นคันกั้นน้ำหรือทางเชื่อม ความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ก็สามารถเชื่อมไปยังชุมชนอื่นที่อยู่ใกล้เคียงได้ ที่ผ่านมาเคยขอความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่มีความคืบหน้า” นายเสนาะ กล่าว
ด้านนายประสาน รักธรรม อายุ 71 ปี ชาวบ้านอีกคน เปิดเผยว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมานานหลายปี ปัจจุบันเป็นอัมพฤกษ์ซีกซ้าย ทำให้การเดินทางยิ่งลำบาก เพราะต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียว หากต้องไปพบแพทย์ก็ต้องลงเรือออกไป
นายประสาน กล่าวว่า อยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสำรวจและช่วยเหลือ เพราะชาวบ้านในชุมชนได้รับความเดือดร้อนมานาน ต้องการเพียงเส้นทางที่สามารถเดินทางเข้าออกได้สะดวกและปลอดภัยกว่านี้.



