เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ร.ต.ท.พิพัฒน์พงศ์ อุดเกียน รอง สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านอะไหล่รถยนต์ ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อาทิตย์ พรหมนอก ผกก.สอบสวน (กลุ่มงานสอบสวน) บก.น.2 รักษาราชการแทน ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.สมพร อุปพงษ์ รอง ผกก.จร. พ.ต.ท.สุพัฒน์ ดิสระ สวป. พร้อมกำลังสายตรวจ สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 20/179 ลักษณะเป็นโกดัง ชั้นเดียว เปิดกิจการชื่อ “เหรียญทองอะไหล่ยนต์” ปลูกในเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ล้อมด้วยสังกะสี ภายในเก็บสิ่งของประเภทเครื่องรถยนต์ และอะไหล่รถยนต์จำนวนมาก พบแสงเพลิงและกลุ่มควันพวยพุ่งลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภายในเครื่องรถยนต์ยังมีน้ำมันเครื่องเก่าตกค้าง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงเผาไหม้อย่างดี เจ้าหน้าที่จึงเร่งอพยพประชาชนจากบริเวณโรงแรมที่อยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ และเร่งฉีดน้ำสกัด เพื่อไม่ให้แสงเพลิงลุกลามโดยใช้เวลาประมาณกว่า 1 ชั่วโมงจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
จากการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งโกดัง นอกจากนี้แสงเพลิงยังลุกลามไปยังโรงแรม 2 แห่งที่อยู่ด้านข้าง ชื่อ “ยูโฮเทล YOU Hotel” เลขที่ 59 และลุกลามด้านหลัง คอนโดฯ “Prompto Condo Ratchada 32” เลขที่ 142 ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 ส่งผลให้กระจกห้องพักแตก และระเบียงห้องพักถูกแสงเพลิง เผาไหม้พังเสียหายบางส่วน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จากการสอบถาม นายอนวัช ลั่นพรหมทอง เจ้าของร้านอะไหล่ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุไม่ได้อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากเป็นวันหยุดและไม่มีพนักงานทำงาน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจุดต้นเพลิงอยู่ด้านหลังร้าน ซึ่งติดกับที่พักอาศัยลักษณะโรงแรมให้เช่ารายวันและรายเดือน โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ในจุดใกล้เคียงกันมาแล้ว เบื้องต้นเชื่อว่าเกิดจากผู้เข้าพักทิ้งก้นบุหรี่ลงมาจากอาคาร และเคยแจ้งให้นิติบุคคลของที่พักช่วยแก้ไขปัญหาแล้ว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างละเอียด ซึ่งยืนยันว่า ร้านคัดแยกอะไหล่รถยนต์ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากสำนักงานเขตจตุจักรอย่างถูกต้อง
ด้านนางสาวเป้ อายุ 39 ปี ผู้ดูแลอาคารโรงแรมยู เปิดเผยว่า หลังจากที่แม่บ้านเห็นเพลิงไหม้ บริเวณด้านหลังที่จอดรถจักรยานยนต์ของโรงแรม ซึ่งติดกับฝั่งต้นกล้วยของอู่ แม่บ้านตกใจจึงรีบแจ้งนิติบุคล พนักงานต้อนรับ และเจ้าของทันที จากนั้นทางโรงแรมจึงกดสัญญาณเตือนภัยและให้พนักงานนำคีย์การ์ดไปเรียกลูกค้าทุกห้อง เนื่องจากเมื่อคืนโรงแรมมีผู้เข้าพักเต็มทุกห้องโดยให้ลูกค้ารีบเก็บของและลงมาด้านล่างพร้อมกับให้พนักงานบางส่วนไปเคลื่อนย้ายรถไฟฟ้าและรถยนต์ที่ติดกับกำแพงข้างอู่เพื่อป้องกัน โดยการอพยพลูกค้า ใช้เวลาไม่นานและไฟยังไม่โหมรุนแรงก็ย้ายลูกค้าออกมาทั้งหมดจึงทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
ซึ่งทางโรงแรมมีความเสียหายหนึ่งห้องบริเวณชั้นสองที่ใกล้กับต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด รวมถึงห้องอื่นรวมแล้วประมาณ 10 ห้อง ซึ่งทางโรงแรมจะคืนเงินให้กับลูกค้าที่พักไปแล้วทั้งหมดโดยขอเวลาประมาณสองวันในการดำเนินการ ส่วนลูกค้าที่จะเข้าพักในวันนี้ ทางโรงแรมได้ประสานโรงแรมพันธมิตรในการย้ายลูกค้าไปพัก รวมถึงลูกค้าแบบรายเดือน ทางโรงแรมได้พูดคุยกับทางสำนักงานเขตและจะดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาตามขั้นตอน ซึ่งทางโรงแรมได้ขอโทษลูกค้าทุกคนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นความเสียหายที่เกิดขึ้นทางโรงแรมจะต้องปิดประมาณ 7 วัน ในการเคลียร์ระบบรวมถึงซ่อมแซมความเสียหายทั้งหมด
เมื่อถามกรณีที่ทางเจ้าของอู่ อ้างว่า สาเหตุเพลิงไหม้มาจากก้นบุหรี่ที่ลูกค้าโยนไปทางฝั่งอู่นั้น นางสาวเป้ ยืนยันว่า ระเบียงโรงแรมกำแพงหรือฝั่งของอู่มีระยะทางกว้างประมาณหนึ่ง หากเป็นการทิ้งก้นบุหรี่จะต้องเป็นในลักษณะของการโยน ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของโรงแรมเป็นกลุ่มลูกค้ากลางคืน และมักจะตื่นในช่วงสาย รวมถึงเมื่อถามว่าก่อนหน้านี้จากคำกล่าวอ้างของเจ้าของอู่ที่ว่าเคยเกิดเหตุในลักษณะนี้มาก่อนเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา นางสาวเป้ยืนยันว่า ทางโรงแรมไม่เคยได้รับการติดต่อเรื่องดังกล่าวมาจากเจ้าของอู่ และไม่มีเหตุการณ์เพลิงไหม้ตามที่มีการกล่าวอ้าง ซึ่งตนไม่เข้าใจทำไมทางฝั่งอู่ถึงตั้งข้อสังเกตแบบนี้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไรต่อกันและวันนี้ตนยังให้พนักงานนำถังดับเพลิงไปช่วยดับอีกด้วย

นอกจากนี้ ผู้ดูแลอาคารได้พาทีมข่าวขึ้นไปตรวจบางส่วนของโรงแรม พบว่าทางโรงแรมมีข้อห้ามและป้ายห้ามสูบบุหรี่ทั้งในพื้นที่โรงแรมและในห้องพักอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นมาตรการของโรงแรมอยู่แล้ว และทางโรงแรมยังจัดพื้นที่สูบบุหรี่ให้กับลูกค้าอีกด้วย รวมถึงภายในอาคารยังมีสายฉีดน้ำดับเพลิงแบบม้วนและถังดับเพลิงเคมีติดตั้งอยู่ทุกชั้นของอาคารอีกด้วย
ด้านนายไทยวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร เดินทางมาที่เกิดเหตุโดยให้สัมภาษณ์ว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณ 10.00 น. โดยหลังเกิดเหตุประมาณ 10 นาที เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาถึงที่เกิดเหตุและระดมดับเพลิงจนดับ แต่ในช่วงแรกอุปสรรคในการเข้าดับเพลิงคือซอยที่คับแคบ ทำให้รถดับเพลิงขนาดใหญ่เข้ามาได้ยาก และอู่ดังกล่าวเป็นร้านที่มีอะไหล่รถยนต์มีคราบน้ำมันอยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้รวดเร็ว และโรงแรมที่อยู่ด้านข้างมีความเสียหายประมาณ 10 ห้องแต่มี 1 ห้องเสียหายหนักเพราะถูกไฟไหม้ ซึ่งอยู่ชั้นสองฝั่งติดกับที่เกิดเหตุ ความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นพวกกระจก ผ้าม่านและเฟอร์นิเจอร์ ไม่กระทบโครงสร้างอาคาร ทางผู้ประกอบการโรงแรมสามารถเข้าประเมินความเสียหายหลังจากที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบได้ ซึ่งทางสำนักงานเขตจะตั้งศูนย์อำนวยการรับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายอยู่ด้านข้างอาคารโรงแรม

เมื่อสอบถามว่าอู่ดังกล่าวมีการขอใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ นายไทยวุฒิ บอกว่า มีแบบถูกต้อง แต่ก็ต้องไปตรวจสอบว่ามีการต่อเติมอะไรหรือไม่ ซึ่งต้องรอให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน
นอกจากนี้ยอมรับมีความเป็นห่วงเนื่องจากพื้นที่ของที่เกิดเหตุและโรงแรมอยู่ใกล้กัน ซึ่งทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้สำนักงานเขตไปตรวจสอบแต่ละที่ว่ามีลักษณะโครงสร้างแบบนี้มากน้อยเพียงใด รวมถึงตรวจสอบความปลอดภัยทั้งหมด
ขณะที่ พ.ต.อ.อาทิตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด โดยจะต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุและเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ครบถ้วนเสียก่อน จึงจะสามารถระบุสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างชัดเจน
เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ เนื่องจากข้อมูลและคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุยังมีความเห็นแตกต่างกันในหลายประเด็น จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพยานบุคคล พยานแวดล้อม รวมถึงหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ประกอบกัน เพื่อให้การสรุปสาเหตุเป็นไปด้วยความถูกต้องและรอบคอบและจะประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ สอบปากคำพยาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป.



