เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า ขอขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้หลายฝ่ายที่เคยกังวลนั้น จะได้คลายความกังวลเสียที เพราะวันนี้ถือเป็นกรณีวิกฤติและต้องการความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของประชาชน การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ หรือวิกฤติพลังงาน เป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างรุนแรง แต่รัฐบาลไม่อาจใช้กระบวนการทางงบประมาณปกติได้ เนื่องจากใช้เวลานาน งบไม่เพียงพอ อาจไม่สามารถรับมือได้ทันท่วงที ดังนั้น การกู้เงินเพื่อมาพยุงเศรษฐกิจในยามวิกฤตินั้น จึงถือว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่ง

เมื่อถามว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า ผลคำวินิจฉัยไม่ได้ผิดไปจากที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังคงเห็นว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ เพราะไม่ได้มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน นายธนกร กล่าวว่า เมื่อคำวินิจฉัยออกมาไม่ตรงกับที่นายณัฐพงษ์ต้องการ ก็ออกมาตีโพยตีพาย แทนที่จะน้อมรับคำวินิจฉัยของศาล ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่า มีช่องทางอื่นๆ ดำเนินการตรวจสอบการใช้งบประมาณนี้ได้อยู่แล้ว และหากพบว่าไม่ถูกต้องก็สามารถใช้ช่องทางที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ได้ 

“การกู้เงินดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน ดังนั้น อยากขอให้ฝ่ายค้านเห็นแก่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่รอการช่วยเหลืออยู่ด้วย เลิกเล่นเกมการเมืองบนความเดือดร้อนของประชาชนสักครั้ง คงไม่ถือว่าเสียศักดิ์ศรีอะไรมากมาย เอาประโยขน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งดีกว่า” นายธนกร กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า กังวลว่าคำวินิจฉัยนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่เปิดทางให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่มเติมแม้ไม่อยู่ในภาวะวิกฤตินั้น นายธนกร กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีรัฐบาลไหนคิดกู้เงินถ้าประเทศหรือประชาชนไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤติจริงๆ โดยเฉพาะรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ทุกนโยบายเน้นให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง และต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนด้วย ตรงกันข้าม คำพูดของนายอภิสิทธิ์ต่างหาก ที่จะกลายเป็นการเปิดช่องไว้ล่วงหน้าว่ามีบรรทัดฐานใหม่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่ควรมีรัฐบาลไหนทั้งสิ้นที่จะคิดเรื่องกู้เงินก่อนคิดนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชน หากไม่ประสบกับภาวะวิกฤติจริงๆ.