เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2566 มีรายงานข่าวว่า จัสติน บีเบอร์ ศิลปินหนุ่มยอดนิยมชาวแคนาดา ได้ตัดสินใจขายสิทธิในการเผยแพร่และจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ผลงานเพลงของเขาแก่บริษัท Hipgnosis ซึ่งเป็นบริษัทที่ลงทุนและบริหารจัดการลิขสิทธิ์ผลงานของศิลปินรายใหญ่จากอังกฤษ ในราคา 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 6,564 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายประชาสัมพันธ์ประจำตัว บีเบอร์ ยังไม่มีแถลงการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับข่าวนี้ แม้ว่า สคูเตอร์ เบราน์ ผู้จัดการส่วนตัวของเขา จะออกมายืนยันว่าเป็นความจริง
ตามรายงานของสื่อผู้ทรงอิทธิพลในวงการดนตรี เช่น นิตยสารบิลล์บอร์ดและนิตยสารโรลลิง สโตน สัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ ถือว่าเป็นสัญญาที่มีมูลค่าสูงสุดในกลุ่มศิลปินอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับ บีเบอร์
ก่อนหน้านี้ ศิลปินรายใหญ่ระดับตำนาน เช่น บ็อบ ดีแลน, บรูซ สปริงส์ทีน, นีล ยัง, สตีวี นิคส์, สติง และแม้แต่รุ่นที่เยาว์กว่าอย่าง จัสติน ทิมเบอร์เลค ก็ตัดสินใจขายสิทธิในการเผยแพร่และใช้ผลงานเพลงของตัวเองให้แก่บริษัทใหญ่ในวงการเพลงมาแล้ว หรือแม้กระทั่งศิลปินผู้ล่วงลับอย่าง เดวิด โบวี ก็มีการขายลิขสิทธิ์ผลงานเพลงทั้งหมดร่วม 6 ทศวรรษของเขาให้บริษัทวอร์นเนอร์ กรุ๊ป โดยมูลค่าในการซื้อขายส่วนใหญ่ใกล้เคียงกับจำนวนเงินที่ บีเบอร์ ได้รับ ยกเว้น สปริงส์ทีน ซึ่งได้รับเงินตามสัญญาไปเป็นจำนวน 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 18,000 ล้านบาท
นอกจาก บีเบอร์ แล้ว ศิลปินรุ่นใหม่ ๆ ที่ตัดสินใจขายสิทธิเพลงในทำนองเดียวกัน ได้แก่ อิเมจิน ดรากอนส์, ชากีร่า ยกเว้น เทย์เลอร์ สวิฟต์ ซึ่งเลือกทำตรงกันข้ามและพยายามต่อสู้กับบริษัทที่เคยเป็นต้นสังกัดเพื่อให้ได้สิทธิในการดูแลผลงานของตัวเอง.
แหล่งข่าว : edition.cnn.com
เครดิตภาพ : REUTERS



